วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557

Try to be local Bangkokian: In A Box Hostel


เดือนนี้เดินทางด้วยเครื่องบินบ่อย จนอยากมีเวลานั่งสบายๆ ดูวิวข้างทาง ด้วยการโดยสารรถไฟบ้าง แต่ด้วยเวลาที่เร่งรีบเลยยังทำแบบนั้นไม่ได้

มากรุงเทพเที่ยวนี้เราใช้บริการของ Thai Lion Air (1200 B.) เนื่องจากจองหลายเที่ยวบิน เราเลยสับสนเวลาขึ้นเครื่องที่หาดใหญ่ คิดว่าขึ้นเครื่อง 15.25 pm. แต่จริงๆแล้วเครื่องออก 14.40 pm. โชคดีที่เราออกจากบ้านตอนเที่ยงแบบไม่ทุกข์ร้อน เพราะคิดว่ามาทันแน่

เมื่อมาถึงก็เดินไปเช็คอินตามปกติ รีบดูตั๋ว boarding pass อ้าว เฮ้ย boarding time เวลา 14.10 น. ตอนที่เรามาถึงเคาเตอร์เช็คอิน อีก 10 นาทีจะสองโมงเข้าไปแล้ว ไอ๊หยา เกือบไปแล้วมั๊ยเรา เกือบมีประวัติตกเครื่องบินซะแล้ว

ครั้งนี้มีเรื่องให้ตื่นเต้น คือเมื่อทุกคนขึ้นเครื่องกันหมดแล้ว กัปตันประกาศว่า "เนื่องจากมีผู้โดยสารประสงค์ไม่เดินทางไปกับเที่ยวบินนี้ จึงจำเป็นต้องเอากระเป๋าของผู้โดยสารคนนั้นออกจากเครื่อง" โอ้ว ในนาทีนั้นแอบคิดไปไกล (แต่เคาะไม้สามที) ว่าผู้โดยสารมีเจตนาแอบแฝง ไม่ไป แล้วทิ้งกระเป๋าไว้ กะบอมบ์เครื่องรึเปล่าฟะเนี่ย (เราว่ากัปตันและเจ้าหน้าที่คงคิดแบบนี้ เลยต้องปลอดภัยไว้ก่อน อะไรก็เกิดขึ้นได้)

เมื่ออาทิตย์ก่อนเพิ่งจะมีข่าวที่สนามบินสุวรรณภูมิว่ามีผู้ชายที่อาการคล้ายๆสติไม่ดี ป่วนบนเครื่องไทยสมายส์ คือแบบว่าจะเปิดหน้าต่างหรือประตูนี่แหละลงจากเครื่อง ทำเอาผู้โดยสารแตกตื่นและไม่พอใจที่มีการปล่อยให้ผู้โดยสารแบบนี้ขึ้นเครื่อง

------------
วันนี้ดีใจที่สามารถนั่งโดยสารประจำทางจากดอนเมืองมาโฮสเทลได้ถูกต้อง (ถึงแม้จะมีหลงทางบ้าง อิๆ) เรานั่ง airport bus ( 30 B.) จากดอนเมืองมาหมอชิต และก็นั่งรถไฟฟ้า (34 B.) มาลงพญาไท ออกทางออกที่ 2 เพื่อมายัง In a Box Hostel ซึ่งเราเดินหลงไปจนถึงโรงแรมฟลอริดา เนื่องจากหาซอยโกลิตไม่เจอ ลากกระเป๋าเดินทางต๊อกแต๊กๆ

จนเมื่อมาเจอซอยโกลิต เอ่อ แบบว่าแค่เราเลี้ยวขวาจากบันไดขาลงทางออกที่สอง ก็เจอเลย (เป็นแบบนี้ประจำนะยะ)




อย่างไรก็ตาม ก็ยังภูมิใจมากที่จ่ายแค่ 64 B. ในการเดินทางมาสู่จุดหมายแรก :)

---------------------------

วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

Learning outside classrooms: A trainee at Le Meridien Phuket Beach Resort








            As a fourth- year English major, having internship is obligation. I chose the hotel as my learning space instead of airports, tourist police stations or tour agencies that English skills get involved. At the present, I am doing internship at Le Meridien Phuket Beach Resort in Phuket.  I would like to share my valuable experience as a trainee here to younger students. I also hope that these experiences can help them make decision where or what kind of workplaces to join.


            I was impressed since my first day in the hotel with warm welcoming orientation. 
I realized that the hotel is a chain of Starwood, the internationally famous brand. Moreover, the working systems here are well-arranged. The hotel takes care of all trainees well by providing free accommodation, transportation, food, public holidays and stipend.
            I work as an assistant of secretary to Food and Beverage Director. Someone may say that it is boring to work in the office. I would say that being a trainee in the office is not just copying document or making a cup of coffee as some people misunderstand.


            My duty includes printing daily report for my boss in the morning. Then, I check document needed my boss’ signature. Moreover, I also print menus and food tags on request. I sometimes go to other offices to hand in document as a messenger. However, it is fun to interact with people. Now I have already dealt with document for one month, what I can say is that it requires high attention. I cannot be careless when I was assigned to type or arrange 
things that involved money.


            Tuesday is the day of the week that I look forward to because I go to the general store for distributing general supplies to restaurants. My favorite part is that answering the phone. My trainer always provides me chances to practice speaking on the phone. I deal with both internal and external calls. It is such the great opportunity to practice my listening skill since there are a lot of foreign chefs, staff and customers. Furthermore, two of my bosses in the office are from England and Germany. They always kindly speak to me on any subject that they can put into conversation.
            Furthermore, I am always offered a chance to participate in other activities both outside such as Asia Pacific Starwood Careers Day and in the hotel such as Songkran’s Festival. There is also trainee monthly meeting that we can meet training staff and also learn English that is necessary for hotel work. This makes my time as a trainee here more precious.

            To sum up, working in the office provides a chance to practice many skills, namely computing, writing, speaking and listening skills. I realize that I have already put myself in the most suitable place to find new experience.

                                                                                                        (Aon, or Wanlapa, 4th-year student)
-------------------------------------------------------
PS:  Aon was assigned to write the 1st-month essay to me and here it goes.  She's a very responsible woman. Whenever being assigned any jobs, she would manage her time to complete her task.  2 thumbs up for her hard working as ever. 
--------------------------------------------------------

วัฒนธรรมอาหารผ่าน Potluck Party

วัฒนธรรมอาหารผ่าน Potluck Party







                                                                                                                         



“สุดสัปดาห์นี้จะมีงานเลี้ยงอาหารแบบ Potluck Party นะ”

หลังจากได้รับทุนฟุลไบรท์มาอบรมและเรียนที่อเมริการ่วมกับเพื่อนอีก 11 ประเทศ
เข้าเดือนที่ 2 ผู้ประสานงานชาวอเมริกันก็ประกาศให้ทราบว่าถึงเวลาที่พวกเราจะรู้จักกันให้มากขึ้นผ่านอาหารของแต่ละชาติ ฉันเคยรู้เรื่อง potluck party มาบ้างจากการอ่านหนังสือเกี่ยวกับวัฒนธรรมอเมริกา แต่นี่จะเป็นครั้งแรกที่ฉันจะมีประสบการณ์ potluck party แบบเต็มตัว ตื่นเต้นๆปะปนไปกับความรู้สึกว่าจะทำอาหารไทยอะไรดี ที่ไม่ยุ่งยากและหาส่วนผสมได้ง่ายในเมือง State College, รัฐเพนซิลวาเนีย ทำแล้วเพื่อนต่างชาติจะกินได้มั๊ย แถมคนที่นี่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงอาหารไทยว่าอร่อยนักหนา แอบกังวลว่าอาหารที่ฉันทำพวกเค้าจะทานได้รึเปล่าเนี่ย

ไม่ได้การละ เห็นทีฉันจะต้องหาความรู้เรื่องงาน Potluck Party และกติกา มารยาทของการร่วมงานสักหน่อยแล้ว “การรู้เขารู้เรา” และ “ When in Rome, do as the Romans do เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องกระพริบเอ๊ยหลิ่วตาตาม” ยังใช้ได้ผลอยู่เสมอ เพื่อฉันจะได้ไม่ทำเปิ่นกับการเข้าสังคมที่นี่





Potluck Party คือวัฒนธรรมการนำอาหารที่ทำมาเองจากบ้านมาทานร่วมกันในสถานที่นัดหมาย อาจจะเป็นบ้าน หอพัก หรือโรงเรียน ตามแต่เจ้าภาพจะกำหนด ปาร์ตี้แบบนี้เป็นที่นิยมมากในหมู่คนอเมริกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในหมู่เพื่อนฝูงและบุคคลหน้าใหม่ๆในชุมชนนั้นๆ

คำว่า potluck มาจาก pot (หม้อ) + luck (ความโชคดี) ในตอนแรกฉันไม่เข้าใจว่าความโชคดีจากหม้อ มันมาเกี่ยวอะไรกับงานปาร์ตี้ คงเป็นการเอาข้าวหม้อแกงหม้อ (ตามประสาคนไทย) มาทานด้วยกัน เอ๊ะ แล้วคำว่า luck ล่ะ มีที่มายังไง จนไปค้นเจอ

 Potluck: one’s luck or chance as to what may be in a pot

จึงถึงบางอ้อว่ามันหมายความถึงความโชคดีหรือโอกาสของแต่ละคนว่าอาหารอะไรที่อยู่ในหม้อ นัยหนึ่งคือเราอาจจะได้ชิมอาหารที่อร่อยมาก หรืออยากกินอาหาร  homemade ก็จะได้โชคดีคราวนี้ล่ะ
ฉันได้เรียนรู้จาก host family ชาวอเมริกันและข้อมูลจากเว็บไซท์ถึงมารยาทของการร่วมงาน potluck party ว่าเราควรลองชิมอาหารแต่ละอย่างทีละน้อย เพื่อทุกคนจะได้มีโอกาสลองชิมอาหารทั้งหมด และอย่าลืมชมเชยอาหารที่ทานเข้าไปกับผู้ที่นำอาหารมา (บางคนอาจจะเก็บเรื่องอาหารที่ตนจะเอามาเป็นความลับ ในขณะที่บางคนอาจจะมีการบอกเจ้าภาพเพื่อเจ้าภาพจะได้เตรียมภาชนะให้เหมาะกับอาหารแต่ละชนิด)







และแล้ววัน potluck party ที่ฉันรอคอยก็มาถึง ฉันได้เห็นอาหารนานาชาติ 11 ชาติเรียงรายร่วมกับอาหารอเมริกันจากครอบครัว host family เยอะแยะมากมาย ช่างน่าตื่นตาตื่นใจ 
 หลังจากฉันเพียรพยายามฝึกทำผัดไทยมาระยะหนึ่ง ก็ถึงเวลาออกงานได้ซักที ฉันยังทำถั่วเขียวต้มน้ำตาลเป็นของหวานไปร่วมงานด้วย



อ๊ะ เมื่อฉันผละไปช่วยจัดโต๊ะและเตรียมจาน หันกลับมาอีกทีถั่วเขียวต้มน้ำตาลของฉันหายไปไหน ทำไมไม่อยู่ที่ประเภทของหวานล่ะ

 เอ่อมันเลื่อนไปอยู่ที่ main course (อาหารหลัก) ซะงั้น ฉันเพิ่งได้ความรู้ใหม่เมื่อเพื่อนอเมริกันบอกว่าถั่วจัดเป็นประเภทอาหารหลักของอเมริกาและเม็กซิโก ซึ่งกินถั่วเป็นอาหารหลัก โดยการทำเป็นซุป หลังจากเลื่อนข้าวเหนียวถั่วดำกลับสู่ที่ๆมันควรอยู่แล้ว ฉันเลยใช้โอกาสนี้อธิบายให้เพื่อนฟังว่าคนไทยกินถั่วเขียวต้มน้ำตาลเป็นของหวาน คงเหมือนกับตอนที่เพื่อนอเมริกันได้กินข้าวเหนียวถั่วดำเป็นครั้งแรกแล้วบอกฉันว่าเธอไม่เคยรู้ว่าข้าวเหนียวเอามากินกับถั่วได้ด้วย


เรื่องอาหารและวัฒนธรรมอาหารสามารถพูดกันได้ยาวค่ะ
ฉันพบว่าการสนทนาออกรสมากเมื่อมีอาหารเป็นตัวนำทาง แค่การถามเรื่องการทำอาหารชนิดนั้นๆ ก็ทำให้ความสัมพันธ์ของผู้ที่เพิ่งรู้จักกันกระชับมากขึ้นราวกับรู้จักกันมานาน และอาจต่อยอดไปสู่การหัดเรียนรู้การทำอาหารต่างชาติที่ตนสนใจอีกด้วย ข่าวดีคือหลังจากผูกสัมพันธ์จากมื้ออาหารครั้งนี้แล้ว ฉันก็ได้มีโอกาสไปหัดทำอาหารที่อยากทำกับเพื่อนต่างชาติอยู่เนืองๆ ฮูล่า!

อาหารทั้งหลายความอร่อยไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติถูกลิ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับน้ำใจของผู้ทำและการสนทนาระหว่างมื้ออาหาร นั่นล่ะสำคัญกว่าว่ามั๊ยคะ


Laughter is brightest, where food is best.

 (เสียงหัวเราะจะแจ่มใสที่สุดเมื่อได้ทานอาหารรสเลิศ)
                                         – Irish Proverb
 
 







References:
1. potluck. (n.d.). Online Etymology Dictionary. Retrieved April 15, 2014, from Dictionary.com website: http://dictionary.reference.com/browse/potluck



----------------------------------------------------------------------------------------------------

 หมายเหตุ: เราเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อส่งไปเข้าร่วมแข่งขัน I Get English's New Star Project เพื่อหานักเขียนหน้าใหม่ของนิตยสาร จำนวน 3 คน (หากได้รับคัดเลือกจะได้ค่าเรื่อง 2,000 B.) เหนือสิ่งอื่นใดที่มากกว่าค่าเรื่องคือเราใฝ่ฝันจะเขียนเรื่องลงนิตยสารเพื่อเล่าประสบการณ์มานานแล้ว ถึงเวลาซะที (เชิดหน้ามองฟ้า ทำท่ามุ่งมั่น) ที่เราจะลองทำดู หมดเขตส่งเรื่อง 31/5/14 ประกาศผล 15/6/14 

ฮ่าๆ เราจะได้มีเรื่องให้ลุ้นเรื่อยๆ ตลอดปิดเทอม ไหนๆก็มีเวลาช่วงปิดเทอม ทำไมไม่ทำตามฝันซะทีล่ะเนอะ แค่คิดหัวใจก็เต้นแรง เหมือนครั้งที่เราส่งเรื่องไป A Day & ขวัญเรือนเลย :)

จุ๊ๆ ถือเป็นความลับช่วงปิดเทอมของเรา (อิๆ จริงๆแล้วเราก็เอาไปประกาศไว้ใน FB กลุ่มเหมือนกันนะ เผื่อนิสิตคนไหนสนใจ แต่โดยทั่วไป มักเป็นเราที่สนุกสนานและลองไปทั่วอยู่คนเดียว :)

วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557

Summer Volunteer Camp: Trang






Summer Volunteer Camp in a rural primary school, A.Palian,Trang

30 students, Chim (the club advisor) & I went to the school to help develop school areas. They repainted walls, gates and decorated classrooms while I spent time teaching kids who are very enthusiastic. Happy to see they like to learn new things.




เราไปออกค่ายกับนิสิตชมรมอาสาที่อ.ปะเหลียน ตรัง เด็กๆที่นั่นน่ารัก ตั้งใจเรียนและกระตือรือร้นเมื่อเจอพี่ๆหน้าใหม่ปะปนอยู่ในรร.




เราไม่ถนัดงานทาสี ขุดดิน เลยใช้เวลาสอนเด็กๆเป็นส่วนใหญ่ สอนได้ทุกวิชา ยกเว้นคณิตฯ การสอนเด็กๆระดับประถม ข้อดีคือหากพวกเค้าสนใจเรียน หน้าตาท่าทางจะออกแนวกระตือรือร้นมากๆ แย่งกันยกมือตอบ ชอบมากค่ะ 




แอบไปนั่งหลังห้องตอนคุณครูสอนสวดสรภัญญะ เรื่องแบบนี้ชาวพุทธไกลวัดอย่างเราลืมไปหมดแล้ว ได้โอกาสรื้อฟื้นแฮะ



พี่ๆน้องๆสาขาประวัติฯใจดีรวมเงินกันซื้อข้าวสาร เราเลยขอร่วมด้วย
ถือเป็นข้าวสารเพื่อชาวค่าย (อ.ฉิมจะถ่ายรูปเพื่อบอกเพื่อนๆว่าซื้อข้าวสารจากเงินบริจาคของเพื่อนๆแล้ว 
เราเลยขอร่วมด้วย เพราะต้องมากิน นอน อยู่ที่นี่ 2 วัน)



 เอ่อ...เพื่อให้ดูเป็นแม่ครัวหัวป่าก์ เรากับคุณครูที่นั่นเลยทำนมเย็นให้นิสิตในค่าย
เย้! ไม่มีใครท้องเสีย เราเพิ่งรู้ว่ามันทำง่ายมากแค่เอานมสด (ของเด็กนร.ที่รร.ได้รับแจกและน้ำเฮลบลูบอยสีแดงผสมกันก็ได้แล้ว ร้านขายน้ำบางร้านใส่นมตราเหยี่ยวด้วยเพื่อให้มัน แต่แค่นมสดก็เอาอยู่แล้ว)

-----------------
หมายเหตุ: เป้าหมายแรกของทุกปีคือต้องทำงานอาสาสมัครด้วยการออกค่าย 3 ค่าย เราทำไป 1 ครั้งแล้ว ฮูล่า ...หาแต้มต่อไป

วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557

Oh My God: Oh My Ghost




หลังจากที่เคยอยากดูหนังเรื่อง Oh My Ghost คุณผีช่วย ในโรงหนัง (นานๆอยากจะดูหนังในโรง) เพราะคิดว่าน่าจะสนุกดี และการดูหนังผีในโรงน่าจะไม่น่ากลัวเหมือนนั่งดูคนเดียวที่บ้าน สุดท้ายเราก็ไม่ได้ดูเรื่องนี้จนมันออกจากโรง

ได้ดูซีดีวันนี้ อยากบอกว่า OMG ผิดหวังมาก กะว่ามันจะต้องน่ากลัว ขำ ซึ้ง แต่ว่าความน่ากลัวไม่ค่อยมา ขำ (แล้วเหรอ) ไม่มีฉากหัวเราะฮากลิ้งเลย เหมือนมุขมันแป๊กอยู่ตลอดเวลา ความรักระหว่างตุ๊กกี่(คน) กับ คริส หอวัง (ผี) ก็ทำได้ไม่เนียน ไม่ได้รู้สึกว่าคู่นี้เป็นเพื่อนแท้ รักกัน ไม่รู้เพราะพอจะ build  อารมณ์ ก็ตัดไปฉากอื่นซะทุกครั้ง แบบนั้นรึเปล่า


นั่งดูอย่างลุ้นๆว่าฉากต่อไปคงขำ อ้าว ยังไม่ขำอีกเหรอ เลยทนๆดูไปจนจบ
ตุ๊กกี๊กับคริส ไม่สามารถการันตีได้เลยว่าหนังจะขายได้และสนุก ทั้งๆที่โปสเตอร์หนังดูน่าสนใจ ไปกับความคิดที่ว่าผีคริสจะตามติดตุ๊กกี้จนหลอนได้ยังไง บางมุขพยายามจะให้ขำ แต่มันมุขซ้ำๆ และไม่เห็นมุขใหม่ๆเลย แย่จัง

ปกติดูหนังเรื่องไหน เรามักจะมีมุมที่สามารถเอามาเขียนเล่าต่อในบล๊อคได้ แต่เรื่องนี้เราว่าน่าจะเป็นเรื่องแรกที่เราไม่ชอบ แล้วหยิบมาเขียนถึง

---------------------------------

ลิขิตรักลัดฟ้า



เมื่อคืนตั้งใจว่าจะอ่านนิยายสักครึ่งเรื่องเพื่อเป็นรางว้ลการตรวจข้อสอบวิชา Academic Reading ที่จวนเจียนจะเสร็จมาหลายเพลา แต่ก็ตรวจวาง ตรวจวางอยู่เรื่อยๆ ไม่เสร็จซักกะที ฮ่าๆ

เข้าห้องสมุดเมื่อวันก่อน เราเดินๆไปดูมุมนิยายรักซึ่งจัดแสดงเอาไว้ อันเนื่องมาจากเดือนแห่งความรัก เลยมีนิยายรักมากมายให้ผู้ใช้ห้องสมุดได้ยืมไปฝันหวาน

หลังจากเดินวนๆ โต๊ะแสดงหนังสืออยู่หลายรอบ เราเห็น " ลิขิตรักลัดฟ้า" เลยหยิบขึ้นมาดูด้วยความคาดหวังว่าน่าจะเป็นเรื่องราวของคนทำงานการบิน แอร์ สจ๊วต อะไรประมาณนั้น




เรื่องนี้มาจาก series ลัดฟ้าแอร์ไลน์  ที่ประกอบไปด้วย 4 เรื่อง (ลัดฟ้าวิวาห์ลวง พรหมลัดฟ้า ลิขิตรักลัดฟ้า วาดรักลัดฟ้า) พลิกเข้าไปอ่าน "ลิขิตรักลัดฟ้า" มีการแนะนำเอาไว้ว่าควรเริ่มอ่านจากเรื่องนี้ก่อนเรื่องอื่นๆ

อืม...ได้ๆ เพราะโดยทั่วไปเรื่องแรกมักจะสนุกเพื่อเรียกผู้อ่านให้ติตตามเล่มต่อไปอยู่แล้ว ยืมเรื่องนี้แล้วกัน

โอ้ว...จากที่ตั้งใจจะอ่านแค่ครึ่งทาง แต่มันวางไม่ลงมากๆ อ่านจนจบ! แบบไม่อยากดูเวลา กลัวจะเห็นว่าเลยเที่ยงคืนแล้วจะผิดเวลานอน 55



ไม่น่าเชื่อว่าการอ่านนิยายก็ให้ความรู้ได้ และเป็นเรื่องที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เช่น การปลูกกล้วยป่าเพื่อรักษาผืนป่า เรารู้สึกชมชอบเล่มนี้ที่เขียนถึงการทำงานอาสาในที่ห่างไกล เพราะหากเล่มนี้ดังหรือนำไปทำเป็นละคร (อย่างที่เป็นข่าว) หลายคนที่ได้อ่าน/ดู จะได้มองงานอาสาฯว่าเป็นงานที่ทำแล้ว so cool ดีกับตนเอง (รู้จักการมองออกไปจากตัวเอง ดั่งเช่นพระเอกที่เอาแต่เศร้าเพราะอกหัก จนไม่รับรู้เรื่องราวรอบตัว เมื่อต้องไปอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก และเห็นคนอื่นๆร่วมกันทำงานอาสาฯ พระเอกก็เลยทำด้วยแก้เบื่อ ทำไปทำมาก็ติดใจ และคิดได้ว่ายังมีคนอีกมากมายและสังคมที่ต้องการการช่วยเหลือ การทำงานอาสายังทำให้พระเอกปล่อยวางจากเรื่องตนเอง และหันมาใส่ใจคนรอบข้าง เข้าใจคนรอบข้างที่ต้องทุกข์เพราะเห็นพระเอกทุกข์)

เรามา google หาเรื่องการปลูกกล้วยป่า ได้ความรู้เพิ่มเติมว่า กล้วยป่าจะมีเมล็ดเยอะมาก และหากมันแพร่พันธุ์ต่อไปด้วยสัตว์ป่า เช่น นก ค้างคาว มันก็จะขยายป่ากล้วยออกไป และการปลูกกล้วยเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่า ทำให้ป่าอุดมสมบูรณ์ ไม่ร้อนและแห้งแล้งอีกด้วย เนื่องจากมันอุ้มน้ำได้สูง ทำให้ผืนดินมีความชุ่มชื้น

------------------

วันพุธที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2557

Eat, Pray, Love อิ่ม มนต์ รัก สุดขอบฟ้า





ผู้เขียน: อลิซาเบท กิลเบิร์ต
ผู้แปล: เมวิตา วงศ์วิเชียรชัย
ผู้แนะนำ: กชพร 

Eat pray love หรืออิ่ม มนต์ รัก สุดขอบฟ้า ในฉบับภาษาไทย หนังสือขายดีที่มียอดจำหน่ายหลายล้านเล่ม แปลไปทั่วโลกหลายภาษา ถ่ายทอดประสบการณ์จริงของตัวผู้เขียนผ่านตัวหนังสือในฐานะนักเดินทางในต่างแดนสามประเทศ อย่างอิตาลี อินเดีย และอินโดนีเซีย ในจุดมุ่งหมายที่ต่างกัน

Eat pray loveคำโดดๆ สามคำที่เขียนเด่นอยู่กลางหน้าปก ชื่อเรื่องที่เมื่อดิฉันเห็นครั้งแรกก็ชวนให้สงสัยว่าเนื้อหาในหนังสือจะเกี่ยวข้องอะไรกันกับชื่อเรื่อง ยิ่งไปกว่านั้น ตัวปกของหนังสือที่ถูกออกแบบด้วยรูปภาพที่ม้วนขดเป็นตัวหนังสือนั้นก็ล้วนเข้ากันดีกับชื่อเรื่องเหลือเกิน ตัวอักษรสีเหลืองอ่อนของเส้นมะกะโรนีที่แทนคำว่า Eatประคำเส้นสีน้ำตาลที่แทนด้วยคำว่า Prayและสุดท้ายตัวอักษรสีชมพูที่ใช้ดอกไม้เป็นสื่อกลางแทนคำว่า Loveเห็นได้ชัดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่ดีเรื่องหนึ่ง เพราะแม้แต่ตัวหน้าปกก็ยังถูกใส่ใจในเรื่องรายละเอียดซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องราวในหนังสือ







เรื่องราวถูกถ่ายทอดผ่านหญิงสาวที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่วันหนึ่งก็มีจุดพลิกผันให้เรื่องทั้งหมดเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆขึ้นมากมายที่ทั้งเศร้าสนุกสนาน และมีรอยยิ้ม เธอไปอิตาลีเพื่อตามหาความสุขจากการลิ้มรสอาหาร  ไปอินเดียเพื่อตามหาจิตวิญญาณที่หล่นหาย และสุดท้าย อินโดนีเซีย เพื่อตามหาความรัก

หนังสือได้ถูกเรียบเรียงไว้ด้วยภาษาที่เรียบง่าย ทำให้ผู้อ่านสามารถอ่านเข้าใจได้ไม่ยาก ผู้เขียนมีการใช้เทคนิคต่างๆ ที่ทำให้เรื่องราวน่าสนใจและน่าติดตามมากขึ้น ทั้งการเล่าย้อนเรื่องราว ที่แสดงให้เห็นเบื้องหลังของตัวละคร มีการเปรียบเทียบสิ่งต่างๆในเรื่องอย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ อย่างเช่นตอนหนึ่งที่เธอได้กล่าวถึงความเหงา และความซึมเศร้าที่ทำราวกับเป็นตำรวจที่คอยติดตามและตรวจค้นตัวเธอ รวมทั้งฉากที่เธอกินพิซซ่า ทุกคำพูดที่เธอใช้ ฟังชวนให้น้ำลายไหลจริงๆ


หนังสือเรื่องนี้สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านหลายคน โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาด้านความรักและกำลังค้นหาตัวเอง การอ่านเรื่องนี้ก็เป็นเหมือนการโดนกระตุกหัวใจ แต่สำหรับนักอ่านท่านอื่นที่ไม่มีประสบการณ์อย่างนี้ สิ่งแรกที่ท่านจะได้รับคือ ความสนุก ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาระหว่างการเดินทางไปยังทั้งสามประเทศของผู้เขียน ประหนึ่งว่าท่านเป็นตัวละครนั้นเสียเอง และอีกอย่างหนึ่งที่ท่านจะได้รับจากหนังสือนี้ คือ ความคิดต่างๆที่ถูกถ่ายทอดโดยตัวละคร อย่างเรื่องของการเปลี่ยนแปลงชีวิต หรือการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม ที่อาจจะใช้เวลาไปบ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนไม่ได้เสียทีเดียว