วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559

Santa & movies CD give away






Movie time!
If nothing to do during this school break from 20 Dec. -10 Jan 2017, feel free to borrow movies DVDs (with Eng. subtitles) from my office, R. 13310.
(I've got about 50!)
Massive thx to Santa Joei who gave them away yesterday. Joei is one of my friends that I think we share similar interests in terms of movies and books. (Not sure if we nurtured this habit during our undergrad years or not.)

Also, thx heaps to Oh Khana @ Kunyapak Kitikun who gave me a ride home yesterday. Without them, I couldn't carry 1 luggage of books and 1 big bag of movies.


ขอบคุณซานต้าเจ้ยใจดี ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ บริจาคหนังสือและหนัง จำนวน 1 กระเป๋าเดินทาง + 1 ถุงใหญ่ เพื่อส่งต่อให้คนที่รักการดูหนังได้ดูหนังให้ฉ่ำอุรา รับวันหยุดปีใหม่ที่ใกล้มาถึง
ขอบคุณเพื่อนจุ๋ม+โอ๋ ที่ช่วยขนกลับบ้าน เห็นจำนวนหนังและหนังสือแล้วต้องร้องกรี๊ดดังๆด้วยความดีใจ เยอะมาก! ( อย่างอื่นไม่ต้องทำแล้ว เอ๊ย ม่ายช่าย )

--------------
19 December 2016

So far, many students came get some movies.  This morning I packed about 20 DVD in my backpack and brought them to my office.  

I think, movies selected by students reveals their personality. 





วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

คิดถึงพระราชา: 50 วันผ่าน






เมื่อตอนที่ฉันเรียนวิชาประวัติศาสตร์ในประเทศจีน ฉันเห็นรูปของพระราชากับเหมาเจ๋อตุงจับมือกัน นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันรู้จักท่าน
ในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ท่านสวรรคต ฉันไปโรงอาหาร ฉันเห็นหน้าตาแม่ค้าดูเหมือนไม่ได้นอน แม่บ้านก็เหมือนกัน พวกเขาล้วนใส่เสื้อผ้าสีดำ เมื่อฉันไปตลาดนัดวันอาทิตย์ คนทุกคนใส่เสื้อผ้าสีดำ ดูไม่มีความสุข และเมื่อพวกเรานั่งรถตุ๊กตุ๊กกลับ เราเห็นรูปภาพของในหลวงบนรถตุ๊กตุ๊ก ทุกๆที่มีริบบิ้นดำประดับ บนเฟสบุ๊กของเพื่อนก็เป็นสีดำ ทุกคนดูรักท่านมาก
ฉันอยากให้คนไทยมีความสุขอีกครั้ง มีความสามัคคี มีความขยัน ทำให้ประเทศไทยยิ่งใหญ่ ฉันคิดว่านี่คือสิ่งที่พระราชาต้องการเห็นจากคนไทย   
                                                                                Zou Cai Qiong (เพทาย)



วันที่ในหลวงสวรรคต เป็นวันที่ฉันอยู่ที่หอพัก เพื่อนคนไทยร้องไห้มาหาฉันที่ห้อง ฉันตกใจมาก เพื่อนบอกว่าพ่อของประเทศไทยสวรรคตแล้ว ฉันรู้สึกเสียใจกับเพื่อนด้วย ฉันเห็นรูปภาพของในหลวงตอนไปดูแลชาวนา ฉันเห็นตามท้องถนนมีรูปในหลวง ในทีวีก็มีรูปท่าน มีวันหนึ่งฉันได้นั่งรถตุ๊กตุ๊กฟรี ฉันแปลกใจมาก คนขับรถบอกฉันว่าเป็นการทำดีเพื่อในหลวง ฉันคิดว่าในหลวงเป็นคนดีมาก ทุกคนเลยรักท่าน
ฉันอยากบอกคนไทยว่าต้องเข้มแข็ง ต้องรักษาศาสนา รักชาติ รักพระมหากษัตริย์ และเราต้องจดจำความดีของในหลวงตลอดไป
                                                                                 Ren Dong Wei (ทับทิม)
------------
บทสัมภาษณ์นิสิตชาวจีนที่มาเรียนการสอนภาษาไทยเป็นภาษาต่างประเทศ (ทั้งสองสาวจีนให้สัมภาษณ์เป็นภาษาไทยทั้งที่เพิ่งเรียนได้แค่ 4 เดือน ภาษาไทยของพวกเธออยู่ในระดับดีมาก ฟังเข้าใจ และผู้สัมภาษณ์แทบไม่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสัมภาษณ์เธอเลย)


วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สอนน้องปลูกผักอินทรีย์ ปลูกด้วยมือเห็นด้วยใจ






            การอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความต่าง ทั้งต่างความคิด ต่างทางร่างกาย เราจะทำให้ความต่างมันอยู่ร่วมกันได้อย่างไรล่ะ มันคือสิ่งที่พวกเรานิสิตสาขาการพัฒนาชุมชนต้องเรียนรู้และต้องนำไปปรับใช้ในชุมชน พวกเราเลือกที่จะศึกษากลุ่มของผู้พิการทางสายตาโดยมีโรงเรียนสอนคนตาบอดธรรมสากลหาดใหญ่เป็นที่ศึกษาในครั้งนี้


เราพบว่าคนตาบอดเองก็มีความต่างกันในศักยภาพของการเรียนรู้ มีหลายๆคนที่ไม่สามารถทำตามเส้นทางการศึกษาได้ เค้าจึงต้องเรียนรู้ทักษะอาชีพเพื่อนำไปใช้ในชีวิตของตนในอนาคต พวกเราเลยว่าหากเราเข้าไปทำกิจกรรมร่วมกันกับคนตาบอด สิ่งที่เค้าได้รับต้องเป็นประโยชน์ต่อตัวเค้า ไม่ใช่แค่ผ่านพ้นไป ทำให้พวกเราเลือกที่จะสอนน้องปลูกผักอินทรีย์ คือ ต้นอ่อนผักบุ้ง และต้นอ่อนทานตะวัน ผักสองชนิดนี้สามารถปลูกและดูแลได้ง่าย มีอายุที่โตเร็วแค่ 5-10 วัน ก็สามารถทานได้ และมีคุณค่าทางอาหารสูงมากกว่าผักหลายๆชนิด  



แน่นอนว่ากว่าพวกเราจะสอนน้องๆได้ เราเองต้องทำให้เป็นและเข้าใจในข้อจำกัดของพวกเค้า 
เลยทำให้เราต้องสมมุติว่าเราคือคนตาบอดและลองฝึกด้วยการหลับตาและปลูกผักในตะกร้าด้วยการสัมผัสมากกว่าการมอง จนเราสามารถที่จะไปถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ไปสู่น้องๆได้ กิจกรรมที่เราจัดขึ้นเรามองว่าน้องจะได้รับประโยชน์มากทั้งสามารถนำไปปรับใช้ในครอบครัวเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย หรือจะต่อยอดสร้างอาชีพให้ตัวเค้าเองได้


 และที่มากกว่านั้นคือเราได้สร้างความรู้สึกเชื่อมั่นในตนเองให้เกิดแก่ตัวน้องว่าน้องสามารถทำได้
 แม้น้องเรียนไม่เก่ง ไม่สามารถต่อยอดทางวิชาการสร้างอนาคตได้ แต่สิ่งเหล่านี้ทำให้น้องรู้สึกว่าน้องทำได้ ช่วยเหลือครอบครัวได้ และไม่ได้เป็นภาระของครอบครัว





---------------------------------------

เล่าเรื่องและทำงานโดยนิสิตเอกพัฒนาชุมชน ปี 4
น.ส. ดุษฎี 
น.ส บัณฑิตา 
น.ส อารยา 
 น.ส สุฑารัตน์
น.ส ชฎาพร
นาย ธนาธิป 

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559

อ่านล้อมเมือง



ล้อมรั้ว ล้อมรัก ล้อมใจ ด้วยการ "อ่านล้อมเมือง Extra"


ทำไมต้องอ่านล้อมเมือง อ่านแล้วคุยด้วยกันจะดีกว่าอ่านคนเดียวยังไง

พ. 26/10/59 ณ คณะมนุษยศาสตร์ & สังคมศาสตร์ ม.ทักษิณ
เหล่านักอ่านวัยเรียน นิสิตจากหลากหลายเอก ทีมนักเขียนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และอาจารย์ ร่วมตั้งวงคุยกัน เปิดประเด็น ถกทุกมุมในหนังสือ "ลมฝนกับต้นกล้า" ของ อ.ยงยุทธ์ ชูแว่น
ทั้งๆที่เราคิดว่าอ่านมาดี ทำการบ้านมาล่วงหน้า มีหลายประเด็นที่นิสิตนึกไปถึง แต่เราคิดไม่ได้ การอ่านแบบเอาเรื่องกับอ่านแบบเพลิดเพลินต่างกันตรงนี้เอง
หลายคนอ่านแล้วปล่อยจินตนาการไปไกลถึงสภาพชนบทเมื่อ 30 ปีก่อน หลายคนย้อนคิดว่าจะเกิดอะไรกับตัวละครเอก "ไข่ห้อย"* ในวัยเด็กเมื่อเติบโตขึ้นในสภาพสังคมชนบทที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตามการพัฒนาของประเทศ หลายคนอยากเปลี่ยนตอนจบให้ไข่ห้อยมีความสุขแม้จะขาดแม่
หนังสือเล่มเดียว นำพาพวกเราไปสู่ความอิ่มเอม เมื่อได้สุมหัวคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิด ซึ่งย่อมไม่มีถูกผิด

หนังสือเล่มเดียว ตีความได้หลายอย่าง เพราะจินตนาการของคนไม่มีที่สิ้นสุด
ลองหาหนังสืออ่านสักเล่ม เพื่อจรรโลงใจ เพื่อเพลิดเพลิน เพื่อแก้เหงา และบางครั้งอาจจะแก้ปัญหาในชีวิตบางอย่าง เมื่ออ่านอย่างพินิจพิเคราะห์

ขอบคุณ "ลมฝน" ที่หอบทุกคน (หนอนหนังสือ)มาพบกัน ณ ที่แห่งนี้
คณะมนุษยศาสตร์ & สังคมศาสตร์ ม.ทักษิณ สงขลา
*เรามักจะจำผิดเป็น "ไข่ย้อย" (จากชื่อพระเอกของหนัง "เพื่อนสนิท")


วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ริบบิ้นดำกับความทรงจำถึงในหลวง






เรื่องมีอยู่ว่า
เมื่อเช้านี้ พวกเราตัวแทนนิสิตจากมหาวิทยาลัยทักษิณ ได้ทำการแจกริบบิ้นสีดำเพื่อเป็นการร่วมไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เนื่องจากพวกเราได้เห็นเรื่องราวในโซเชียลมีเดียถึงความทุกข์ของบางคนที่ต้องการจะร่วมไว้อาลัยแต่ไม่มีเสื้อสีดำใส่เพียงพอ พวกเราจึงได้รวมกลุ่มจัดทำริบบิ้นแจกที่ศูนย์ราชการจังหวัดสงขลา และเป็นการเริ่มต้นจุดประกายให้ทุกคนลุกขึ้นมาทำความดีถวายพ่อหลวง ทำตามพระบรมราชโองการที่ว่าให้เห็นประโยชน์ส่วนรวมมาเป็นที่หนึ่ง ทางพวกเราขอขอบคุณช่อง Nation TV 22 ที่ให้โอกาสสัมภาษณ์ในครั้งนี้ด้วย หวังว่าสิ่งที่พวกเราทำจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ขอบคุณทีมงานทุกคนที่ช่วยกันทำริบบิ้นเมื่อคืนนี้ด้วยครับ 

                                                                                   (เจย์ ณัฎฐชัย เอกอังกฤษ ปี 4)

-----------------------

ขอตามรอยพ่อหลวง ผู้ทรงเป็นแบบอย่างการทำดีของปชช.ชาวไทย
เรื่องราวอบอุ่นๆจากความคิดถึงคนอื่นของอาสาสมัครม.ทักษิณ 9 คน จากเอกอังกฤษ จีน ประวัติ
แม้จะเป็นครู บางเรื่องก็ไม่ได้หมายความว่าจะคิดออกว่าเราควรรวมตัวกันทำริบบิ้นดำ จนเมื่อเห็นนิสิตโพสท์ว่าร่วมกันทำและเอาไปแจกที่ศาลากลางเลยขอชื่นชมนิสิตกลุ่มนี้ที่สละเวลาวันหยุด ลุกขึ้นมาทำสิ่งดีๆเพื่อผู้อื่น


เพื่อไม่ให้น้อยหน้า เอ๊ย เพื่อไม่ให้เสียชื่ออาสาสมัครมือหนึ่ง เราไปช่วยทำริบบิ้นดำที่
ห้องสภานิสิตม.ทักษิณเกือบ 3 hr. บ่ายวันนี้ ทำยอดที่ 300 ชิ้นค่ะ 
ตอนที่ไปๆด้วยความคิดของการจะไปรับ เพราะวันจันทร์มีนำเสวนาเรื่อง "จุดประกายความคิด การใช้ชีวิตต่างแดน" จัดโดยนิสิตเทคโนฯปี 4 เลยอยากได้ริบบิ้นดำเพื่อไปแจกจ่ายให้นิสิตที่เข้าร่วม 
 แต่เมื่อพวกเรา (ไอซ์ + น้ำตาล + เรา) ไปถึงเห็นนิสิตหนุ่ม เอกทรัพยากรมนุษย์และสมาชิกสโมสรบางส่วนกำลังทำริบบิ้นดำกันอยู่ เราเลยเปลี่ยนความคิดว่าการช่วยกันทำน่าจะดีที่สุด เพราะไม่ใช่ว่าริบบิ้นดำที่เห็นกันอยู่จะทำได้ง่ายๆ มีหลายขั้นตอนเลยล่ะ 
ทั้งตัดริบบิ้น ติดกาวสองหน้า ติดเข็มกลัด ทำตั้งแต่ฝนตกยันฝนหยุดเกือบ 3 ชม. เราก็ยังทำกันได้ไม่เยอะ
หนุ่มออกไปซื้ออุปกรณ์การทำมาเพิ่ม เราเลยใช้เงินที่ได้จากการเป็นวิทยากรร่วมเสวนาเรื่องจิตอาสา ที่จัดโดยฝ่ายพัฒนานิสิตหลักสูตรนอกชั้นเรียน สมทบไป 500 บ. เพื่อจะได้ทำบุญกับการทำโบว์ดำครั้งนี้ด้วย 

---------------
21/10/59 --เห็นการทำโบว์ดำแจกจ่ายกันทั่วมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นที่ศูนย์เพื่อนใจวัยใส ชมรมครอสเวิร์ด สโมสรคณะต่างๆ แล้วรู้สึกดีใจที่หลายคนสละเวลาส่วนตนมาร่วมกันทำเพื่อรำลึกถึงในหลวง ซึ่งสวรรคตเมื่อ 13/10/59 

เดี๋ยวนี้การทำโบว์ดำพัฒนาไปหลายแบบ ทั้งแบบทำง่ายๆอย่างที่เราทำ หรือแบบยากๆ ที่เรายังทำไม่เป็นก็อีกเยอะ 

ตอนนี้มีหลายหน่วยงานและคนทั่วไปที่ทำโบว์ดำแจก นอกจากนี้ก็ยังมีคนที่เอาอาหารไปแจกที่ท้องสนามหลวง ยาดม ยาลม ยาหม่องก็มี มอเตอร์ไซค์รับส่งฟรี หรือแม้แต่คนรวยบางคนที่ซื้อบัตรเติมน้ำมันเพื่อแจกมอเตอร์ไซค์ให้ได้รับส่งคนไปสนามหลวงแบบฟรีๆ ดาราบางคนที่นำรถสุขามาช่วยบริการในบริเวณพระบรมมหาราชวัง

เราว่าคนไทยยังรักกัน และตั้งใจทำดีถวายในหลวงเป็นครั้งสุดท้าย 
หวังว่าทุกคนจะยังคงรักกัน และนึกถึงความดีของในหลวงเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจตนเอง 

เราชอบที่มีคนพูดเอาไว้ว่า ในหลวงไม่เคยขอให้พวกเรารักท่าน แต่ในหลวงขอให้คนไทยรักกัน (อืม..จริงๆแล้วน่าจะยากกว่ามากนะเนี่ย) 

----------
*ขอเขียนเรื่องนี้เอาไว้พอรอดูว่าหลายปีต่อไป คนไทยจะยังคงรักกันไหม 


ลมฝนกับความหลัง: Rayzii Chiwchiw



จากที่ได้อ่านหนังสือนวนิยายเรื่องลมฝนกับต้นกล้า ทำให้หนูมีความรู้สึกหลากหลายอารมณ์มากๆทั้งมีความสุข ทั้งสงสารห้อย ทั้งมีความหวัง และซึ้งกินใจ ในเนื้อเรื่องของนวนิยายเล่มนี้ก็ได้มีฉากหรือประสบการณ์ที่คล้ายๆกับชีวิตในวัยเด็กของหนู 

คือในสมัยก่อนตอนหนูเด็กๆสัก4-5ขวบ คุณย่าจะทำนา และหนูชอบตามไปด้วย แต่หนูไม่ทันที่จะได้เห็นใช้ควายไถ่นา หนูเห็นคุณปู่ไถ่นากับรถไถ่นา และก็จะมีคุณพ่อเดินตามหลังรถไถ่นาของคุณปู่คอยจับปลาที่ขึ้นมาตามคันไถ่และหนูก็จะจับปลาตัวเล็กๆนั้นด้วย มันเป็นช่วงเวลาที่สนุกมากๆ และมีอยู่ปีนึงน้ำท่วมบิ้งนาช่วงนั้นข้าวกำลังออกรวง ต้นข้าวโอนเอียงลงไปนอนตามกระแสน้ำที่พัดผ่าน คุณย่าจะต้องเอาเรือออกไปเกี่ยวเอาข้าวที่จมน้ำเท่าที่จะเอาได้ หนูนั่งอยู่บนเรือ คุณย่ากับคุณน้าช่วยกันตัดต้นข้าวขึ้นมาตั้งไว้บนเรือ หนูตื่นเต้นมาก ท้องทุ่งนาได้กลายเป็นเหมือนท้องทะเลอันกว้างไกล ชาวบ้านต่างใช้เรือออกมาตัดต้นข้าวก่อนที่มันจะเน่าตาย

ความแตกต่างระหว่างชีวิตในชนบทกับชีวิตในเมืองคือ ชีวิตในชนบทจะมีความจริงใจมีความเอื้อเฟื้อ เมตตากันมากอยู่รวมกันอย่างพี่น้อง อย่างครอบครัว ซึ่งแตกต่างจากในเมืองที่มีความเจริญ ความเจริญความศิวิไล ทันสมัยได้ทำให้คนเปลี่ยนไปทำให้คนไม่รู้จักความลำบาก ทำให้คนเห็นแก่ตัวกันมากขึ้นค่ะ 

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Beyond my expectation: Buddy Program (October)








Beyond my expectation! Now I gain more confidence to interact with new international friends from VSA Thailand.

สวัสดีค่ะ ดิฉันนางสาวจุฑารัตน์ นาคคลี่ นิสิตปี 2 วิชาเอกภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วันนี้ฉันมาเล่าประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรม Buddy program ให้ฟัง
ก่อนโครงการจะเริ่มฉันตื่นเต้นและกลัวมากที่จะได้เจอกับเพื่อนอาสาสมัครชาวยุโรป ที่มาจากหลายชาติจากองค์กร VSA Thailand ฉันกังวลว่าจะคุยกับพวกเขาไม่รู้เรื่อง เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงตอน 10.00 น. เราร่วมกันทำกิจกรรมหลายๆอย่าง เราทั้งหมดแนะนำตัวเอง จากนั้นเราเล่นเกมส์ตอบคำถาม ทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น และเราเล่นเก้าอี้ดนตรีกัน ทุกๆคนตั้งใจและชอบกิจกรรมนี้มาก
ต่อมาเราแบ่งกลุ่มบัดดี้กันแยกเป็นชาวต่างชาติ 1 คน และนิสิต 3 คน บัดดี้ของฉันคือ Enrica จากอิตาลี พวกเรามีหน้าที่คอยดูแล แนะนำข้อมูลต่างๆให้เธอ เราพาเธอไปทานอาหารในโรงอาหาร
เราเลือกสั่งอาหารให้เขา 3 เมนูคือผัดไทยกุ้งสด ส้มตำไทย(ใส่พริก1เม็ด) และไก่ทอด เขาใช้ช้อนส้อมทานไก่ทอด ฉันบอกว่าคุณใช้มือได้นะ เขายิ้มแล้วพูดว่า "ขอบคุณค่ะ" ตลอดตอนทานเขาจะถามว่าแต่ละอย่างภาษาไทยเรียกว่าอะไร เราก็จะต้องเขียนลงในสมุดให้เธอ เธอบอกว่าผัดไทยอร่อยมากๆ แต่ส้มตำเผ็ดไป เขาพยายามทานให้หมดเพราะเขาเกรงใจ


หลังจากทานอาหารเสร็จเราเดินมาขึ้นรถตุ๊กตุ๊กหน้ามหาวิทยาลัย เพื่อไปถนนนางงาม เรายืนรอรถนานมากแดดก็ร้อน แต่ชาวต่างชาติก็ไม่บ่นเลยกลับตื่นเต้นกับสถานที่ที่จะไป ระหว่างนั่งรถเราแลกเปลี่ยนความคิดกันเกี่ยวกับยาหม่อง(balm) ไม่น่าเชื่อพวกเขาชอบกลิ่นของยาหม่อง! เมื่อเราไปถึงพวกเราถ่ายรูปรวมกัน วันนั้นฝนตกตลอดแต่ทุกคนก็ยังสนุกกับการได้ถ่ายรูปเเละเรียนรู้วัฒนธรรมเก่าๆของจ.สงขลา
พวกเราเดินจากหับ โห้ หิ้น ไปยังเขาตังกวน มันเป็นระยะทางที่ไกลมาก แต่เราทุกคนก็เดินไปถึงที่นั่น ตลอดที่เดินเราจะแลกเปลี่ยนความคิดกันเกี่ยวกับประเทศของตนเอง เมื่อถึงเราขึ้นลิฟต์ไปชมทิวทัศน์ด้านบน ทุกคนตื่นเต้นมากที่ได้เห็นเมืองสงขลารอบด้านเพราะวิวบนนั้นสวยมาก เราลงมาด้านล่างแล้วเดินทางต่อไปยังหาดสมิหลา เมื่อไปถึงชาวต่างชาติก็ไปถ่ายรูปกับนางเงือก ลงไปเล่นน้ำทะเล แต่ก็เล่นได้ไม่นาน เพราะพวกเราก็ต้องแยกย้ายกันกลับไปยังที่พัก ก่อนกลับพวกเราได้แลก Facebook ไว้ติดต่อกันด้วย


จากการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ทำให้ฉันมีความกล้าที่จะคุยกับชาวต่างชาติมากขึ้น และรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ยากที่จะใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนาถึงแม้ว่าบางครั้งอาจจะไม่เข้าใจบ้างหรือใช้ภาษาผิดไปบ้างแต่เราก็สามารถสื่อสารกันจนเข้าใจ ทำให้ฉันได้เรียนรู้และได้พัฒนาตัวเองให้ใช้ภาษาที่ดีและถูกต้องมากยิ่งขึ้น ได้รู้จักเพื่อนชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น
และที่แน่นอนฉันรู้สึกสนุกสนานมากกับกิจกรรมนี้ ฉันต้องขอบคุณอาจารย์ดิญะพร ที่จัดกิจกรรมดีๆขึ้นมา ถ้าฉันมีโอกาสฉันจะเข้าร่วมกิจกรรมนี้อีก