วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ฉงชิ่ง มหานครแห่งประสบการณ์: พิจิตรา ปี 3 เอกจีน



เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2560 ดิฉันได้เข้าร่วมโครงการ Huso - China summer camp ที่ Chongqing College of Electronic and Engineering (重庆电子工程职业学院) โครงการนี้เป็นโครงการที่สอนอะไรต่างๆมากมายให้ดิฉัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน ด้านการใช้ชีวิต ด้านการเข้าสังคม ที่สำคัญเลยคือสอนให้ดิฉันสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ๆ เพราะหลายสิ่งหลายอย่าง แตกต่างกับไทย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสถานที่ บุคคล ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ หรือ วัฒนธรรม

                สิ่งที่แน่นอนเลย ก็คือต่างที่ก็ต้องย่อมที่จะมีความแตกต่างกันในทางด้านวัฒนธรรม เช่นวัฒนธรรมการรับประทานอาหารชาวจีน จะไม่นิยมใช้ช้อนและส้อมแต่จะใช้ตะเกียบในการรับประทานอาหารในทุกๆมื้อ อีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันประหลาดใจมาก นั่นก็คือ เมื่อพวกเขารับประทานอาหารที่มีซุปแล้วพวกเขาจะไม่ดื่มน้ำต่ออีกไม่ว่าจะเป็นน้ำประเภทใดก็ตาม และชาวฉงชิ่งจะมีนิสัยการรับประทานอาหารคือเผ็ดจัดจ้านและรสชาติมันซึ่งต่างจากสิ่งที่ชาวไทยชอบรับประทานมาก จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำนวนหนึ่งที่เรามีความคุ้นชินกันตั้งแต่เด็กๆนั่นก็คือเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ดิฉันเลยได้ลองอาหารเผ็ดๆหลายอย่าง




นอกจากนี้ดิฉันมีโอกาสได้ไปทัศนศึกษาในสถานที่ต่างๆในเมืองฉงชิ่ง อีกทั้งยังได้ศึกษาระบบ E-commerce การตลาดการค้าขายออนไลน์การพาณิชย์ ในเครืออาลีบาบาที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก และถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในประเทศจีน คนจีนส่วนใหญ่มักจะซื้อของออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นผัก เนื้อ หมู หรือแม้แต่ไข่ไก่ ไม่ค่อยเดินตามห้างสรรพสินค้าหรือตลาดเพราะคนจีนไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนัก
ในมหาวิทยาลัยก็ได้มีการเรียนการสอนในหลายหลายเรื่องเช่น ภูมิประเทศของจีน ชื่อจีน การชงชา การทำหน้ากากจีน เป็นต้น
สิ่งหนึ่งที่ฉันมีความประทับใจเป็นอย่างมาก ก็คือการดูแลเอาใจใส่ของชาวจีนที่นั่น ดิฉันได้มีบัดดี้เป็นชาวจีน และมีเพื่อนๆชาวจีนเพิ่มมากขึ้น มีอาจารย์ชาวจีนที่มีความเป็นกันเองและดูแลในทุกๆเรื่อง ทุกคนล้วนดูแลเอาใจใส่พวกเราเป็นอย่างดี รวมไปถึงคุณลุงคุณป้าที่โรงอาหารที่คอยเอาใจใส่ช่วยเหลือในการสั่งอาหาร แม้อาหารจีนจะไม่ถูกปากสักเท่าไหร่แต่รอยยิ้มของคุณลุงคุณป้ากลับทำให้อาหารที่นั่นอร่อยขึ้นมาในพริบตา


                โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดีมากๆ ที่ดิฉันมีโอกาสได้เข้าร่วม ฉันจะไม่มีวันลืมความรู้ประสบการณ์และมิตรภาพที่ดีที่ได้รับจากโครงการนี้ ขอขอบคุณเพื่อนพี่น้อง ที่เข้าร่วมโครงการชาวไทยที่คอยช่วยเหลือกันตลอดโครงการและขอบคุณเพื่อนและอาจารย์ชาวจีน ที่คอยช่วยเหลือในด้านต่างๆ ที่สำคัญขอขอบพระคุณอาจารย์นก ดิญะพร ที่จัดโครงการดีแบบนี้ให้พวกเรา 

ภาษามือคู่ภาษาจีน : ฉงชิ่ง มหานครแห่งประสบการณ์ summer 2017






How to survive when everyone speaks Chinese to you? Body language is the only answer.
เนื่องจากเป็นคนที่รู้ภาษาจีนน้อยสุดในทีม (แอบอายที่จะบอกใครว่าเคยเรียน Basic Chinese 30 hr. เมื่อ 4 ปีก่อน และ 2 ปีก่อนเคยมาเรียนเพิ่มที่ Chongqing Univ. เพื่อสอบ HSK 1 จนได้ 190/200 คะแนน) มาคราวนี้เลยต้องใช้การชี้ๆเป็นหลัก พอนิสิตเข้า class ซึ่งสอนเป็นภาษาจีน ครูเลยหาอะไรทำ


ว่าแล้วก็ไปสั่ง Chongqing Xiaomian ซึ่งเป็น signature dish ของที่นี่ ถามราคาแล้วก็เดินไปจ่ายเงิน นึกขึ้นได้ว่ามันเยอะ น่าจะกินครั้งเดียวไม่หมด เลยเดินกลับไปชี้ที่กล่อง แม่ค้าก็ยังส่งภาษาจีนไม่หยุด แต่ก็เหมือนจะเข้าใจกัน
ราคา 5 หยวน จ่ายเงินไปแล้ว เลยต้องเดินกลับมาจ่ายเงินใหม่เพิ่มอีก 1 หยวน
ในที่สุดก็ได้ xiaomian มาเชยชม


รีบเดินกลับมาหอพัก เป้าหมายคือจะใช้ช้อนที่เอามาจากบ้าน (อิๆ) มาจีนกี่ทีๆก็ไม่ชินกับการกินทุกอย่างด้วย chopsticks เลยต้องพกอาวุธมาด้วย


รุ่นพี่ฝากถึงน้องใหม่ รหัส 60



ย้อนเวลากลับไปเมื่อปี พ.ศ.2557 นับจากวันที่ตัดสินใจสมัครเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ถึงปัจจุบัน จนตอนนี้เวลาได้ล่วงผ่านมา 3 ปีแล้ว พี่ตั้งใจที่จะมาเรียนที่มหาวิทยาลัยทักษิณ ถึงแม้ว่า คณะที่ได้วิชาเอกที่ได้อาจจะไม่ได้ใช่ที่หนึ่งในใจที่หวังเอาไว้ แต่วันนี้ระยะเวลาผ่านไป 3 ปีเต็มๆ ที่กล้าพูดเต็มปากเลยว่าวันนี้พี่ศรัทธาในคณะและหลงรักในวิชาเอกที่เรียน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

พี่ได้เรียนรู้อะไรมากมายจากสถาบันแห่งนี้ จากสาขาที่เลือกเรียน พี่ได้รับทั้งความรู้ทางวิชาการในห้องเรียนและความรู้จากการออกไปลงสำรวจพื้นที่จริง เรียนรู้การทำงานอย่างมีหลักคิด ทำงานอย่างเป็นระบบทุกอย่างที่พี่ได้สัมผัสล้วนทำให้พี่เกิดการเรียนรู้ และเป็นการเปิดโลกให้กับตัวเองมากขึ้น แน่นอนว่าการเรียนรู้จากการออกไปสำรวจพื้นที่จริง หรือการลงมือทำงาน ทุกอย่างจะสำเร็จไม่ได้หากเราขาดอาจารย์ พี่ เพื่อน และชาวบ้าน ทุกคนที่กล่าวมานั้น ล้วนแล้วแต่เป็นกัลยาณมิตรที่คอยช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาและคำแนะนำพี่มาตลอด ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นได้ผสมผสานกันอย่างลงตัว จนทำให้คำว่าคณะมนุษยศาสตร์ฯ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรักและความอบอุ่น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พี่ไม่เคยเสียใจเลยสักครั้งที่เลือกเรียนที่นี่ สถาบันที่ให้ทั้งความรู้ ทั้งประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากห้องเรียนสี่เหลี่ยม   

พี่เชื่อว่าน้องๆหลายๆคนมาอยู่ตรงนี้ด้วยความตั้งใจและยังมีอีกหลายคนที่มาอยู่ตรงนี้ด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็ตาม ก็อยากบอกน้องๆทุกวิชาเอกว่าถึงแม้จะไม่ได้ในสิ่งที่รักก็จงรักในสิ่งที่ได้และทุ่มเทไปกับมันแล้วคุณจะหลงรักใวิชาเอกของคุณ 

สุดท้ายนี้ขอให้น้องๆ นิสิตปีการศึกษาใหม่จงภูมิใจที่ได้เข้ามาเป็นศิษย์รุ่นปัจจุบัน พี่เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าสถาบันแห่งนี้จะสามารถให้ความรู้ ความเข้าใจและประสบการณ์กับน้องๆ ได้เป็นอย่างดี อย่าลืมว่าเมื่อเรามีโอกาสเข้ามาแล้วเราจะต้องตั้งใจทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด ไม่ว่าน้องๆ จะเลือกเรียนในสาขาวิชาใด จงจำไว้ว่าทุกสาขาวิชามีความยากง่ายแตกต่างกันออกไป ขอแค่เรารักและทุ่มเทกับมัน ทำทุกอย่างให้เต็มความสามารถ เพื่อที่จะได้รับความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่ อย่าหลงระเริงไปกับสิ่งยั่วยุที่มีอยู่มากมาย จงตระหนักอยู่เสมอว่าตนเองมีหน้าที่ที่จะต้องศึกษาหาความรู้ เพื่ออนาคตของตนเองและความภาคภูมิใจของบิดามารดา  

                                                                              นส.อรไท เอกพัฒนาชุมชน ปี 4 



วันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

The Series: 2 years of experiences in HUSO, TSU (Amir)





Hiiiiiiii ผมอามีร นิสิตหลักสูตรศศ.บ.ภาษาอังกฤษ เมื่อพูดถึงชีวิตระหว่างเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย หลายๆคนก็มีจุดมุ่งหมายและการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน เริ่มแรกตอนจบม.6 ผมไม่เคยคิดจะต่อด้านภาษาเลยเพราะผมชอบวิทยาศาสตร์แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นโชคชะตาก็กำหนดไว้ว่าภาษาคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผม ตอนเข้ามาอยู่ในมหาลัยแรกๆนะกลัวมาก(ก.ไก่ล้านตัว) เพราะเรามาอยู่ในสังคมใหม่และที่สำคัญคือการเรียนในด้านทีทเราไม่ได้ถนัดมากมายนั้นก็คือภาษาอังกฤษ
วันแรกของการเรียนการสอน(จำวันที่และเดือนไม่ได้มันนานแล้ว55555) ผมบอกกับตัวเองว่าฉันต้องได้ดี(ไม่ใช่เกรดDน่ะ) ประสบความสำเร็จและจบที่นี่ด้วยประสบการณ์ที่หลากหลาย

ดังนั้นสิ่งที่ผมทำคือ
1- ตั้งใจเรียนเท่าที่ตัวเองจะทำได้ 2- ต้องไม่ปิดโอกาสตัวเอง(อันนี้สำคัญมากกกก) ระบบการเรียนของมหาวิทยาลัยแตกต่างจากมัธยมเพราะไม่ได้เรียนเช้าและเสร็จเย็นทุกวัน(แต่เสร็จคำ่ฮ่าๆๆๆๆๆ) ที่ชอบสุดคือการมีพี่รหัส,พี่เทคและพี่ปู่ย่าตายายต่างๆ ซึ่งผมชอบมากเวลาได้กินของฟรี! แต่ที่สำคัญคือผมสามารถปรึกษาหรือระบายกับพี่เขาได้เวลาเราไม่สบายใจ (อ.ที่ปรึกษาก็ไประบายได้นะแต่ผมเชื่อว่าหลายๆคนไม่ค่อยกล้า55555) และกิจกรรมในเอกและอื่นๆนิชอบมากๆๆเพราะเราจะได้รู้จักพี่เพิ่มและสนิทกันมากขึ้น
เวลาเรียนในห้องผมจะพยายามตอบอาจารย์ทุกคำถามไม่ว่าจะตอบถูกหรือไม่ก็ตามเพราะผมเชื่อว่ามันจะช่วยพัฒนาเราทางอ้อมซึ่งมันช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองเป็นอย่างมาก(พื้นเพก็เป็นคนมั่นใจอยู่แล้ว55555) เอาจริงๆหลายๆคนมองข้ามเรื่องแบบนี้นะแต่มันช่วยได้เยอะเลยทีเดียวเชียว เช่นตอนผมไปแลกเปลี่ยนผมต้องแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้เข้าร่วมซึ่งมันช่วยได้เยอะจริงๆแกร!
ในส่วนของกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ(ที่จริงจะเอาไปใส่ในเรซูเม่5555) ผมก็พยายามทำงานที่หลากหลายนะ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมภายในคณะ มหาวิทยาลัย หรือองค์กรภายนอก เช่น



- International buddy program - แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่อินโดนีเชีย(อันนี้ลอบมากกกกกก555) - เป็น volunteer ทำงานต่างๆ - นักกีฬา (วอลเลย์บอลเพราะเล่นตั้งแต่เด็กๆ) - กองสันทนาการ - สมาชิกองค์การนิสิต - สมาชิกชมรมมุสลิม - IMT-GT program (อันนี้จะไปต้นเดือนหน้า ณ Medan, Indonesia) - stuff NJ spelling competition - ผู้ประสานงานกีฬาไทย-มาเลเซีย - ผู้ประสานงานการแข่งขันโอลิมปิกดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ระดับนานาชาติ (อันนั้ล่าสุดเลยเพราะพึ่งประกาสผลเมื่อเดือนที่แล้วดีใจมากกกกก) เป็นต้น
#ผมพยายามเลือกกิจกรรมที่ต้องใช้ภาษาเพราะจะได้พัฒนาทักษะภาษาตัวเองไปด้วย(ดูดี้ดูดี้)

กิจกรรมทั้งหมดที่ทำมันสอนให้ผมรู้จักที่จะใช้ชีวิตและเรียนรู้ถึงความหลากหลายของมนุษย์บนโลก อีกทั้งยังทำให้ผมเติบโตมากขึ้นในทุกๆวัน

#กิจกรรมจะทำให้เราเติบโตอย่างเข้มแข็ง

วันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ฉงชิ่ง: จากมุมที่มองเห็น (transport)




เพราะความสวยและความร้อนไม่เข้าใครออกใคร
รถที่นี่น่าจะทำความเร็วได้ไม่มากนัก เนื่องจากมีร่มรั้งเอาไว้ นอกจากร่มแล้ว บางคันมีผ้าลักษณะเหมือนผ้าห่มที่เอามือสวมเข้าไปได้ด้วย (ส่วนผ้าที่เหลือก็จะคลุมขา) หากเป็นที่ญี่ปุ่นรถแบบนี้จะถือว่าผิดกฎ เนื่องจากติดตั้งอุปกรณ์เกินได้รับอนุญาต
และจากการสังเกตมาหลายวัน คนที่นี่ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ค่อยสวมหมวกกันน๊อค ไม่รู้เพราะกฎหมายไม่เคร่งครัดหรือเปล่า (ช่างเหมือนเมืองไทยยิ่งนัก ไม่ค่อยสวมหมวกกันน๊อค เวลาชาวต่างชาติมาเที่ยว สิ่งแรกที่ถามคือ "ไม่สวมหมวกกันน๊อคก็ได้เหรอ" เอิ่ม จะตอบเยี่ยงไร

เมื่อชาวต่างชาติเริ่มเห็นการซ้อน 3 ซ้อน 4 คำถามเหล่านี้ก็เริ่มหมดไป 55 Thailand ONLY

28.6.2560

วันอังคารที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560

อาจารย์ไทยในสายตานิสิตจีน (ทับทิม)







ตอนนี้ฉันมาเมืองไทย 8 เดือนแล้ว ถ้าถามฉันว่าใครเป็นคนที่ประทับใจที่สุด คำตอบก็คืออาจารย์ทุกคนที่สอนภาษาไทยให้พวกเรานั้นเอง แต่ถ้าห้ามพูดถึงอาจารย์ที่สอนภาษาไทยให้พวกเรา ก็มีคนอื่นหลายคนที่ฉันประทับใจ เฉพาะอาจารย์นก กิ๊ป โบ่โบ๊และเหมี่ยว





อ.นกเป็นอาจารย์สาขาภาษาอังกฤษ อ.นกไม่ใช่อาจารย์ที่สอนหนังสือให้พวกเรา แต่เราเรียนรู้บางอย่างที่ในชั้นเรียนเรียนไม่ได้จากอาจารย์นก อ.นกเป็นคนใจดี เขาพาฉันและเพื่อนๆไปเที่ยว พาพวกเราไปเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เมื่อวันหยุดยาว อ.นกพาพวกเราไปเที่ยวบ้านอาจารย์ อ.นกพาพวกเราไปปีนภูเขา แล้วช่วยยืมจักรยานจากข้างบ้านให้พวกเราคนละหนึ่งคัน แล้วก็ขี่จักรยานไปเรื่อยๆ ชมวิวสวยงาม ทันใดนั้นฝนตก พวกเรารีบกลับบ้านอ.นก แม้ว่าไม่ได้เที่ยวต่อแต่นั่งเล่นเกมกันกับอ.นกก็สนุกมาก เหมือนเที่ยวอยู่บ้านเพื่อน







อ.นกพาเราไปเข้าร่วมค่ายของนิสิตวิชาเอกภาษาอังกฤษ มีชาวต่างชาติหลายคนด้วย พวกเราไปตรังด้วยกัน เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆด้วยกัน สนุกมาก พอดีว่าไปตรัง 3 วันนั้น มันเป็นช่วงวันตรุษจีน แม้ว่าเราไม่ได้กลับบ้าน แต่ได้เข้าร่วมค่ายสนุกๆอย่างนี้ ความคิดถึงบ้านก็หายไปแล้ว

ฉันอยากขอบคุณอาจารย์นกจริงๆ ที่ให้โอกาสต่างๆเราสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต...


จริงๆแล้วฉันยังอยากพูดถึงหลายคน ถ้าฉันกลับเมืองจีนแล้ว ฉันจะคิดถึงอาจารย์ เพื่อน แม่ค้าที่โรงอาหาร และแม่บ้านหอพักทุกคนเลยค่ะ





-----------------

วันพุธที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560

มหกรรม มหากาพย์ดอกไม้จันทน์



ใครๆก็ร่วมใจทำดอกไม้จันทน์


นอกจากทำกันในคณะมนุษยศาสตร์ฯ ม.ทักษิณ ทุกวันศ. 15.00 - 17.00 น.แล้ว
หน้ามหาวิทยาลัย ที่สนง.เทศบาลเขารูปช้าง เย็นวันพุธ ตั้งแต่ 16.00 น. ณ ลานเพลินถนนคนเดิน ก็มีการสอนทำดอกดารารัตน์ด้วย (เมื่อวานเรานั่งตุ๊กๆเพื่อจะไปกงสุลจีน เห็นป้ายเชิญชวนแปะอยู่เป็นระยะๆ เลยคิดว่าต้องหาทางไป อิๆ น่าจะได้ทำดอกดารารัตน์*สักที) 



เราชวนนิสิตเอกจีน ปี 2 "ต้อง" ไปร่วมเรียนรู้ด้วยกัน เพื่อช่วงเปิดเทอมจะได้เป็น "แม่ไก่" สอน "ลูกไก่"อื่นๆ ช่วยๆกันทำเพื่อใช้ในเดือนตค.ในงานพระราชพิธีศพในหลวง (น่าจะราวๆ 13 ตค.60)

เพิ่งอ่านจาก FB รู้ว่าเป็นวันเกิดของ "ต้อง" (ว่าที่แม่ไก่) นับว่าวันนี้เธอได้เรียนรู้เพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่ก้าวออกจากขอบรั้วมหาลัย เพื่อมาหาประสบการณ์ภายนอก & เห็นความเป็นไปในสังคมแล้ว

Keep exploring.


**ตอนนี้ประเทศไทย ทุกจังหวัดกำลังรณรงค์การทำดอกไม้จันทน์ 36 แบบ ! เยอะแบบมากๆ จนหาทำตามไม่ทัน เราได้ทำแบบกุหลาบไปแล้ว และเรียนรู้การทำรวมดารารัตน์ ก็เป็น 4 แบบแล้วนะ (แฮ่กๆ เมื่อไหร่จะถึง 36 แบบ) 

***สนง.วัฒนธรรมสงขลา เป็นที่แรกที่เราได้ไปเรียนรู้ ซึ่งที่นี่จัดทุกวันพ. ระยะเวลา 2 เดือน เพิ่งจบโครงการไปเมื่อ 31/5/60 นอกจากนั้นที่เรารู้มา Central Fest หาดใหญ่ ก็มีสถานที่ให้ประชาชนไปนั่งทำดอกไม้จันทน์ 

*** มหาวิทยาลัย โดยฝ่ายบุคคลก็เปิดพื้นที่ห้องประชุมทองหลาง 2  (เวลา 1-5 pm.) ให้มานั่งทำดอกไม้จันทน์ร่วมกัน โดยมีป้าศรี (แม่อ้อม)เป็นผู้สอน ไว้วันศ.นี้เราจะไปหัดทำด้วย เมื่อวานได้แค่ 2 ดอก เพราะต้องรีบกลับบ้านก่อน 6 โมงครึ่ง 

ปีนี้นับเป็นปีแห่งดอกไม้จันทน์จริงๆ สิ่งที่พวกเราพอจะทำได้เพื่อพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย 

8/6/60