วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เรียงความโครงการส่งเสริมการอ่าน: บ้านสงขลา (3)



จากที่ดิฉันได้ไปที่สถานสงเคราะห์สงขลา  ได้เห็นน้องๆทุกคนที่นั่นน่ารักมากและน่าสงสาร      
 ซึ่งจากการที่ดิฉันได้พูดคุยกับน้องๆ  แล้วรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้มีโอกาสกว่าน้องๆที่นี่  
ทุกคนมีแววตาที่เศร้าหมอง  ดูแล้วรู้ได้เลยว่าเด็กขาดความรักความอบอุ่นเป็นอย่างมาก  
แต่จากการที่ได้พูดกับน้องๆ  หลายๆ  คนซึ่งทางสถานสงเคราะห์ได้ให้ความช่วยเหลือน้องๆเป็นอย่างดี  
ทั้งด้านการศึกษา  ด้านสุขภาพ  อาหารการกินและที่อยู่อาศัย  ถึงแม้ว่าเด็กอาจจะมีทุกอย่างที่พอดำรงชีวิตได้ตามปัจจัย 4  แต่ล้วนที่ต้องการความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่เหมือนเด็กทั่วไปที่ควรจะได้รับ  

เด็กที่นี้มีความน่าสงสารซึ่งผิดจากเด็กที่อยู่ข้างนอกที่ได้รับโอกาสและการเลี้ยงดูที่ทะนุถนอมเป็นอย่างดีจากพ่อแม่   จากการที่ดิฉันได้เข้าไปสัมผัสกับน้องๆที่นี้  ความรู้สึกแรกที่รู้ได้เลยคือ  รู้สึกแย่ที่เห็นน้องๆตัวเล็กๆที่ร้องไห้  ถ้าเป็นฉันที่ร้องไห้ก็คงมีพ่อแม่มาคอยปลอบแต่น้องๆที่นี้มีแค่พี่เลี้ยงที่คอบปลอบ  ซึ่งพี่เลี้ยงก็มีไม่มากและดูแลเด็กๆได้ไม่ทั่วถึงเห็นแล้วสงสารมาก

  อยากให้ใครๆหลายๆคนที่มีโอกาสดีกว่าน้องๆเหล่านี้มาเห็นแล้วเก็บไปคิดว่าตัวเองทำได้เหมาะสมกับโอกาสที่พ่อแม่มอบให้หรือยัง  เพราะเด็กที่เกิดมาพร้อมมักทำตัวไม่ดี  ส่วนเด็กที่ลำบากมักทำตัวดีเพื่อที่ดึงตัวเองให้สูงขึ้นจากเดิม  ความรู้สึกและประทับใจที่ได้รับในครั้งนี้คือการให้โอกาสคนอื่นและมองคนอื่นด้วยใจที่บริสุทธิ์และเป็นผู้ให้ที่ดี  แค่นี้ชีวิตของเราก็จะมีความสุข

---------------------ชฎารัตน์ คณะมนุษยศาสตร์ เอกไทย ปี 3-----------------------------

เรียงความโครงการส่งเสริมการอ่าน: บ้านสงขลา 13/2/58 (2)





จากที่ได้ไปสถานสงเคราะห์เด็กสงขลา  ความประทับใจที่ได้รับจากการที่ได้สัมผัสกับน้องๆที่อยู่ในสถานสงเคราะห์  คือรอยยิ้มที่แสนบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของเด็กๆ  ที่ไม่รู้ว่าตัวเองมาจากไหน  เป็นลูกใครและทำไมต้องมาอยู่ที่นี่ ครั้งแรกที่ฉันมองน้องๆรู้ได้เลยว่าทุกคนต้องการความเอาใจใส่  สนใจและความรักความอบอุ่น  

ตอนที่ฉันสอนน้องระบายสีการ์ตูนทุกคนต่างแย่งกันนั่งใกล้ฉัน  ความรู้สึกตอนนี้มันแย่มากที่เห็นน้องๆต่างแย่งกันเพื่อที่จะต้องการความสนใจและความอบอุ่น  และมีน้องคนหนึ่งซึ่งรู้สึกเหมือนจะมีอาการผิดปกติที่ค่อนข้างจะมีนิสัยที่ต่างจากเพื่อนคนอื่นๆ  โดยที่น้องคนนี้ต้องการให้ใครๆสนใจตัวเองเป็นพิเศษกว่าเด็กคนอื่นๆ  สถานสงเคราะห์แห่งนี้ได้ดูแลและการช่วยเด็ก ๆ น้องๆ เป็นอย่างดีในทุกด้านที่จะให้ได้ แต่เห็นว่าที่ทุกคนจะต้องการคือความอบอุ่นมากกว่า  อย่างอื่นที่ทางสถานสงเคราะห์มอบให้  เพราะมันธรรมดาของชีวิตมนุษย์ที่ต้องการความรักความเอาใจใส่จากพ่อแม่และผู้ที่เป็นที่รัก  

ทุกอย่างอาจจะหาซื้อได้จากที่โน่นที่นั่นแต่ความรักความอบอุ่น  ความเข้าใจ  อาจไม่มีที่ซื้อขายซึ่งคงจะเป็นสิ่งเดียวที่น้องๆที่นี่ต้องการมากกว่าอะไรทั้งสิ้น  ทั้งความประทับใจและรอยยิ้มของน้องๆที่ยิ้มในวันนั้นทำให้ฉันคิดอะไรได้หลายๆอย่างและจะยังคงเป็นแรงผลักดันให้ฉันมีกำลังใจในวันที่ฉันคิดว่าตัวเองแย่ที่สุด  เพราะความจริงแล้วมีคนที่เขาแย่และไม่มีโอกาสมากเท่าเรา

----------------------------จันทิมา ศึกษาศาสตร์ เอกไทย ปี 3----------------------------------

เรียงความโครงการส่งเสริมการอ่าน: บ้านสงขลา 13/2/57








เมื่อวันศุกร์  ที่  13  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  2558  ดิฉันได้ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ ที่สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา  ที่ๆมีเด็กน้อย ๆ รอคอยความรัก  การดูแล  การเอาใจใส่และโอกาสจากสังคม  น้อง ๆ เหล่านั้นคือเด็กที่เกิดมาพร้อมกับความไม่พร้อมทั้งด้านครอบครัว  ฐานะการเงิน  รวมไปถึงฐานะทางสังคม  

การไปครั้งนี้ของดิฉัน  เป็นเหตุการณ์อย่างหนึ่งในชีวิตที่รู้สึกมีความสุขกับการเป็นผู้ให้  
ให้โดยมีผลตอบแทนเป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากการได้เห็นรอยยิ้มของน้อง ๆ 
รอยยิ้มที่ออกมาจากหัวใจไร้การปรุงแต่งใด ๆ  รอยยิ้มที่ใสซื่อ  บริสุทธิ์  ไร้เดียงสา 
รวมไปถึง แววตาที่สดใสที่ถูกถ่ายทอดมาสู่ดิฉัน  

การไปสถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลาในครั้งนี้ดิฉันอาจจะช่วยอะไรได้ไม่มากแต่ดิฉันก็ดีใจที่สามารถสร้างรอยยิ้มให้น้อง ๆ เหล่านั้นได้  การที่ดิฉันได้แบ่งปันความสุขและรอยยิ้มให้น้อง ๆ สิ่งเหล่านั้นทำให้ดิฉันได้รับความรู้สึกที่หลากหลายกลับมาเช่นกัน  เพราะมันสามารถสร้างรอยยิ้มให้กับดิฉัน รวมไปถึงความอบอุ่น  การปล่อยวางและมีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า  และยังทำให้ดิฉันรู้สึกว่าชีวิตทุกชีวิตนั้นมีคุณค่าที่เท่าเทียมกัน  

นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้ประทับใจอีกเรื่องหนึ่งคือ  นอกจากนี้อีกหนึ่งความประทับใจที่เกิดขึ้นคือ  การได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อน ๆซึ่งโอกาสที่จะได้ทำกิจกรรมแบบนี้ร่วมกันนั้นมีน้อย  เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการ  เมื่อได้ทำกิจกรรมร่วมกันทำให้ได้สร้างสัมพันธภาพร่วมกันให้มีความทรงจำเพิ่มขึ้น  ขอบคุณโอกาสดี ๆ ที่ดิฉันได้รับที่ทำให้ดิฉันกลายเป็นความทรงจำดี ๆ ของน้อง ๆ เหล่านั้น


----------------------------------------เนตรนที ศึกษาศาสตร์ เอกไทย ปี 3----------------------

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

International Student Leadership Program : TSU & USM











 







International Student's Leadership Program between Thaksin University, Thailand & Universiti Sains Malaysia, 17/2/15.
Hope all students & staff from both institutions all enjoyed the program yesterday. It's a good opportunity to learn and exchange ideas with 35 USM student leaders & staff. Thankfully, we have got new ideas for the development of our student organization.




เมื่อวานตอนเย็นเปลี่ยนหน้าที่จากผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและวิเทศสัมพันธ์ ไปเป็นผู้ช่วยนายก...ลิฟท์ (นายกองค์การนิสิต)และน้องสา (เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการนิสิต) ดำเนินการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้มาเยือนจากมหาวิทยาลัย USM, Malaysia จำนวน 35 คน และนำทัวร์ห้องสมุด / มหาวิทยาลัย
จากการพูดคุย แลกเปลี่ยน พบว่ากิจกรรมขององค์การนิสิตทั้ง 2 สถาบัน ไม่ต่างกันมากนัก มีเพียงเงินที่ USM ลงทุนกับกิจกรรมของนิสิตเยอะมากแต่ก็ฝึกให้นิสิตไปหาสปอนเซอร์เพื่อนำมาทำกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยเองด้วย เช่นการจัดงาน expo เพื่อฝึกนิสิตให้รู้จักการทำธุรกิจและการทำงานจากประสบการณ์จริง
นิสิตที่นั่นยังได้รับ transcript การทำกิจกรรมนอกชั้นเรียน นอกเหนือจากใบปริญญาอีกด้วย เหมือนกับที่ ม.ทักษิณ ที่นิสิตต้องผ่านกิจกรรมนอกชั้นเรียน 100 ชม. การปลูกจิตสำนึกด้านจิตอาสาเป็นเรื่องหลักของมหาวิทยาลัยที่นั่นเหมือนกันนะเนี่ย ยกตัวอย่างเช่น ตอนเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่รัฐกลันตันเมื่อปีที่แล้ว นิสิตมาเลย์รวมตัวกันถึง 25,000 คน (ทั่วประเทศ) เพื่อลงพื้นที่ช่วยทำความสะอาด + ให้กำลังใจผู้ประสบภัย






ฟังแล้วรู้สึกได้ถึงพลังจิตอาสาจากเยาวชนต่างแดน แค่ 1 คน มารวมตัวกันก็สามารถสร้างปรากฎการณ์จิตอาสาให้เลื่องลือ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะมีนิสิตจำนวนมากขนาดนี้มาทำงานร่วมกันได้ในคราวเดียว

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

February: Love Sharing 2015

                                                                                                              








Monday 9/2/15

This late afternoon, 15 TSU students & I visited kids at Home for Songkhla to teach them homework and get them ready for tomorrow class. Some kids were still shy so I approached them and asked if they'd homework. The key for being volunteers is if kids are shy, we might approach and talk to them first. Within 15 mins, kids will feel more relaxed and willing to spend time with us.

Thanks TSU students who contributed their time after class to make a difference for local kids.




โครงการส่งเสริมการอ่านตอน "อาสาอ่านเพื่อน้อง" คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ชักชวนนิสิตใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนไปสอนการบ้านน้องๆที่สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา 

โดยถือโอกาสเดือนกุมภาฯ เดือนแห่งความรักเป็นการแบ่งปันความรักให้น้องๆ ที่น่าจะต้องการความรัก ความอบอุ่นมากเป็นพิเศษจากพี่ๆ 

วันนี้พวกเราไปถึงสถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา เวลา 4.10 pm. น้องๆยังไม่กลับมาจากโรงเรียน เลยรอกันต่อไปอีกสักหน่อย 

เนื่องจากเราเพิ่งมาแค่ 2 ครั้ง เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว น้องๆเลยยังไม่ชิน บางคนอายๆไม่ยอมมานั่งตามคำชวน หรือบอกว่าไม่มีการบ้าน 

เนื่องจากน้องๆกลับมาจากโรงเรียนค่อนข้างช้า พวกเราเลยได้สอนน้องๆไม่นาน ก็ได้เวลาทานข้าวเย็นของน้องๆ
น้องๆบางคนยังขี้อาย เลยต้องไปเดินจูงมือมานั่งเรียนกับพี่ๆ
เมื่อน้องบอกว่าไม่มีการบ้าน เลยขอเปิดกระเป๋าน้องๆดูรายวิชาอื่นๆ เพื่อจะได้เตรียมการเรียนในวันรุ่งขึ้น

--------------------------

หลายวันถัดมา 

ขอบคุณแม่ปุ๊และน้องหมูแฮมที่รวบรวมหนังสือสำหรับเด็กเล็กเพื่อให้พี่ๆนิสิตมหาวิทยาลัยทักษิณ ได้เอาไปอ่านและสอนการบ้านน้องๆที่สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา มา ณ โอกาสนี้

วันนี้ (17/3/58) หอบหนังสือกะจะไปหาน้องๆแต่ว่าประชุมร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่และนิสิตจาก Universiti Sains Malaysia นานไปหน่อย 3.00 - 6 pm. เลยไม่ได้ไป 

ไว้จะเอาไปใช้พรุ่งนี้กับอาสาสมัครนิสิตเอกไทย ปี 3

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

็อาสาสอนการบ้านน้อง: สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา



รับสมัครนิสิตที่สนใจทำงานอาสาสมัคร
เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการอ่านครั้งที่ 5: อาสาอ่านเพื่อน้อง
ณ สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา (ใกล้โรงพยาบาลสงขลา)
นิสิตสามารถเลือกได้ว่าสะดวกวันไหน
วันจันทร์ ที่ 9/2/58 หรือ พฤ. ที่ 12/2/58 เวลา 15.45 - 17.15 น.
รับสมัครวันละ 10 - 12 คน
โดยนิสิตสามารถนำไปเทียบชั่วโมงกิจกรรมหลักสูตรนอกชั้นเรียนได้ (สร้างสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม)
สมัครได้ที่ อาจารย์นก nokdiya@gmail.com
หรือ FB:Diyaporn Wisamitanan แจ้งวันที่อยากเข้าร่วม ชื่อและเบอร์โทร
หมดเขตรับสมัคร: 8/2/58
มาร่วมกันใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์กับน้องๆกันค่ะ
--------
หลังจากแปะโพสท์รับสมัครนิสิตไปสอนการบ้านน้องตามข้อความข้างบน น่าดีใจมากๆที่ได้รับความสนใจมากมายภายใน 1 คืน ก็มีนิสิตเข้ามาสอบถามและแสดงเจตจำนงค์อยากเข้าร่วม

วันจันทร์ 9/2/58 มีนิสิตเข้าร่วม 13 คน
วันอังคาร (เพิ่มพิเศษอีก 1 วัน) 8 คน (นำโดย บอย นิติศาสตร์)
วันพฤ. 18 คน

------------------------
ดีใจอีกอย่างที่นิสิตที่ไปเข้าร่วมมาแล้ว ถึงจะทำกิจกรรมกึ่งบังคับของฝ่ายกิจกรรมหลักสูตรนอกชั้นเรียนเพื่อเก็บชม.ก็ตาม หลายคนก็บอกเราว่าอยากไปอีก เช่น นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์คนนี้





หาเวลาว่างๆไปทำประโยชน์ใปมอบความสุขความอบอุ่นแก่น้องๆเค้ากันเถอะ เเค่วันละครึ่งชั่วโมงก็ยังดี เเค่เราไปนั่งคุย นั่งสอนการบ้านน้องเค้าเเค่นั้นก็เปนเหมือนการมอบความสุขไห้น้องๆเค้าได้ล้ะ
#ตอนนั่งสอนน้องเสื้อเขียวคนนี้ ทำการบ้านอยุ่น้องก็หันมาเรียกเราว่า #เเม่ ฟังเเล้วก็รุ้สึกแปลกๆเนอะ เพราะคำที่เค้าเอ่ยออกมาเปนสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตที่น้องเค้าใม่มีเเม่ดูเเลอยุ่ใกล้ๆ อีโมติคอน cry
#กลับมานึกถึงตัวเอง ว่าเราโชคดีเเค่ไหนเเล้วที่เกิดมามีทั้งพ่อมีทั้งเเม่คอยสั่งสอน ดูเเล เลี้ยงดูเรามาจนโตถึงขนาดนี้ ดีเเค่ไหนเเล้วที่มีพ่อเเม่ที่ไห้ความรัก ความสุข ความอบอุ่นที่เเท้จริงเเก่เรา อีโมติคอน heart
ใครสนใจจะไปติดต่อผ่านทางอาจารย์ท่านนี้ได้นะค้ะ --> Diyaporn Wisamitanan
 


---------------

เรื่องเล่า...ความประทับใจ…สิ่งที่ได้รับ…ข้อคิดดีๆ จากบ้านเด็กโสสะ








เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 58 ที่ผ่านมา ฉันกับเพื่อนในเอกภาษาอังกฤษอีก 2 คน และเพื่อนนักเรียนชาวจีน 
รวมทั้งอาจารย์นก  ได้ไปเยี่ยมน้องๆเด็กกำพร้า บ้านเด็กโสสะ ที่หาดใหญ่ 
การได้ไปร่วมเล่นและทำกิจกรรมพูดคุยกับน้องๆในวันนั้น ทำให้ฉันได้รับประสบการณ์และความประทับใจในหลายสิ่ง                       หลายอย่างที่ได้เห็นและมีโอกาสได้ทำ



สำหรับฉัน การได้ไปเยี่ยมน้องๆในครั้งนี้มันทำให้เกิดความรู้สึกสงสาร เศร้าใจ ที่เห็นน้องๆบางคนดูเหงาๆก่อนที่พวกเราจะเข้าไปเล่นกับพวกน้องๆ และฉันก็มีความสุขที่สามารถทำให้น้องๆได้มีรอยยิ้ม เวลามาทำกิจกรรม พูดคุย และเล่น กับพวกเรา จากการที่ได้ไปเยี่ยมน้องๆในวันนั้น ฉันอยากบอกว่าน้องๆที่นั่นเป็นเด็กดีและน่ารักมาก ฉันรู้สึกดีใจที่มีน้องๆมาชวนฉันเล่นกับพวกเขา บางคนก็มากอดคอฉัน บางคนก็มาขอให้เล่านิทาน หรืออ่านหนังสือให้ฟัง  ในระหว่างที่ฉันเดินทางกลับจากบ้านเด็กโสสะ การมีโอกาสได้ไปที่นั่นมันทำให้ฉันหันกลับมามองย้อนดูตัวเองว่า ตัวฉันเองโชคดีมากที่เกิดมามีพ่อแม่ คอยให้ความรัก เลี้ยงดู เอาใจใส่ และเติบโตมาจนทุกวันนี้ และก็รู้สึกหดหู่ใจเมื่อนึกถึงภาพของน้องๆและได้ยินเรื่องของน้องคนหนึ่งที่ถูกคนเป็นแม่นำมาฝากเอาไว้ที่นี้ แต่เหตุผลกลับฟังดูแย่มาก ฉันรู้สึกสงสารน้องคนนั้นมากและฉันคิดว่าน้องๆที่นั้นพวกเขาหลายคนคงขาดความรักจากผู้เป็นพ่อแม่ ทำให้ฉันรู้สึกอยากอยากแบ่งปัน ความรัก อบอุ่น ให้กับน้องๆ ให้พวกเขาได้ มีรอยยิ้มสดใส และมีความสุข ถึงแม้ว่า จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ฉันก็ดีใจ ที่มีส่วนร่วมทำให้น้องๆดูร่าเริง และมีเสียงหัวเราะ 
ซึ่งวันนั้นก็เป็นวันที่ทำให้ฉันเกิดความทรงจำดีๆและมีความสุขมากๆ



สุดท้ายนี้ ฉันอยากบอกว่าถ้าหากใครได้มีโอกาส หรือมีเวลาว่าง ฉันอยากให้พวกคุณได้ลองไปสัมผัส พูดคุย หรือทำกิจกรรมร่วมกับน้องๆดูสักครั้ง ฉันเชื่อว่ามันจะทำให้คุณมองเห็นอะไรหลายอย่างมากมาย และถ้าเราลองคิด เราก็จะได้ข้อคิดที่ดีหลายข้อ และหนึ่งในนั้น สำหรับตัวฉัน คือ การมีสติ การรู้จักคิดให้รอบคอบ การใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง  และการคิดถึงสิ่งที่จะตามมาหากเราไม่คิดให้ดี ให้ถี่ถ้วน ก่อนจะทำอะไรลงไป เพราะบางทีความผิดพลาด มันอาจจะไม่ได้ส่งผลแค่ที่เรา แต่มันส่งผลถึงคนอื่นด้วย และอาจจะกลายเป็นปัญหาหนึ่งของสังคม ไม่ต้องนึกถึงอะไรที่ไหนให้ไกลเลย  คุณคิดว่าที่น้องๆพวกนี้ต้องกลายมาเป็นเด็กกำพร้าเพราะอะไร? ไม่ใช่เพราะความไม่รู้จักคิดให้ดี หรือ ขาดความรับผิดชอบหรอกหรือที่เป็นสาเหตุ ดังนั้น จงเตือนตัวเองเสมอว่าให้มีสติ และนึกถึงผลที่จะตามมาในสิ่งที่เราจะกระทำด้วยเช่นกัน



 ---------------------------นส.วิชิตา เอกอังกฤษ ปี 3------------------------------------------------------------------------