วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563
เบื้องหลังงานผีๆ : Halloween Party 2020
วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563
When friendship begins: ห้องอาหารนกนางนวล
ห้องอาหารนกนางนวล: When friendship begins (1)
ความสัมพันธ์ของคนเราเริ่มได้หลายที่ อาจเป็นโรงเรียนเก่า ที่ทำงาน หรือในชุมชน หรือต่างแดน
เรื่อง"ห้องอาหารนกนางนวล" มิตรภาพเริ่มต้นจากการเป็นคนชาติเดียวกัน มาอยู่ในที่ต่างถิ่นฟินแลนด์ ดินแดนขึ้นชื่อเรื่องการศึกษาที่ดีเยี่ยม ผู้หญิง 3 คน บินมาไกลจากญี่ปุ่น เพื่อเริ่มต้นใหม่ สร้างความมั่นใจ(ใหม่)ให้ตนเองว่าจะสามารถอยู่ด้วยตนเองได้
"ซาจิเอะ" เจ้าของห้องอาหารนกนางนวล มีความคิดแบบคนรุ่นเก่าว่าหากร้านอาหารดี คนจะบอกต่อและมาเอง ถึงแม้ช่วงแรกๆจะมีแต่คนท้องถิ่นมาเมียงมองแต่ไม่เข้ามาในร้าน(สักที) เธอก็อดทนรอ
ระหว่างที่รอ มิตรภาพก็มาเยี่ยมกราย โดย"มิโดริ" สาวญี่ปุ่นอีก 1 คน ทีี่ใช้วิธีประหลาด(แต่น่าลองทำดูสักครั้ง) ด้วยการจิ้มประเทศที่อยากมาเยือน และประเทศนั้นคือ "ฟินแลนด์"!
เมื่อยามไกลบ้าน มิตรภาพก่อตัวได้ง่าย โดยเฉพาะยามเมื่อเจอคนชาติเดียวกัน ทั้ง 2 คนมีเพื่อนไว้คลายเหงา และไว้ปรึกษาหารือ มิโดริช่วยเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์ให้กับซาจิเอะ ซึ่งยังคงความคิดเดิมๆ เห็นได้จากการบอกใ ห้เพื่อนลองทำข้าวปั้นแนวใหม่ที่ใส่ความเป็นท้องถิ่นลงไปในไส้ของข้าวปั้น ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องมีแต่ปลาแซลมอน สาหร่ายคอมบุ บ๊วยดอง เท่านั้น เธอบอกว่าน่าจะลองใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น เช่นกุ้งเครย์ฟิช ครีมมายองเนสเพราะคนฟินแลนด์ชื่นชอบครีม)
นี่สินะที่เรียกว่า "เพื่อนกันควรมีส่วนผสมที่แตกต่าง" เธอนิสัยอย่างนั้น ชั้นชอบอย่างนี้ แต่เราก็เป็นเพื่อนที่ดียอมรับฟังกันได้
ทั้งสองคนไม่รู้สึกเหงาอีกต่อไป
ตัวละครตัวสุดท้าย "มาซาโกะ" เข้ามาช่วยเพิ่มบรรยากาศของร้านนกนางนวลให้ดูคึกคักขึ้น เมื่อกระเป๋าเดินทางไม่มาพร้อมกับสายการบิน ทำให้เธอต้องมาแกร่วรออยู่ที่ร้าน และได้มีเวลาพูดคุยกับทั้ง 2 สาว จนกลายเป็นเพื่อนกัน และช่วยงานในร้าน
ความน่ารักของเรื่องนี้คือการมองคนญี่ปุ่นจากสายตาชาวฟินแลนด์ ที่คิดว่าซาจิเอะ ซึ่งตัวเล็ก น่าจะยังเป็นแค่เด็กหญิง แล้วทำไมเด็กหญิงมาอยู่คนเดียวในร้าน มันได้เหรอ พวกเขาซุบซิบและมีคำถาม ห้องอาหารเลยมีชื่อว่า "ห้องอาหารเด็กน้อย"ในช่วงต้น
ซาจิเอะ โชว์ความเล็กพริกขี้หนู ด้วยการจัดการกับโจรที่ต้องการปล้นร้านของเธอด้วยศิลปะป้องกันตัวที่ฝึกมาตั้งแต่เยาว์วัยถึงขั้นเป็น champ!
เรื่องราว feel good จบลงที่มาซาโกะตัดสินใจอยู่ฟินแลนด์ต่อ 3 สาวเลยมีความสุขที่มีเพื่อนให้อุ่นใจและช่วยกันทำงาน สุขใดไหนเท่ามีเพื่อนดีๆใกล้ตัว
---------------------------
ห้องอาหารนกนางนวล: When friendship begins (2)
มิตรภาพของฉันและเธอก็เริ่มจากเรื่องนี้เหมือนกันนะ เธอ บ.ก.คนใหม่ (ที่สถาปนาตัวเอง) ยื่นหนังสือเรื่องนี้มาให้ บอกให้เอาไปอ่านและ review!
เพื่อนคงเห็นว่าเรางานน้อย หรือเห็นว่าเราดูเหมือนว่าง ทั้งที่เรามักเล่ากิจกรรมร้อยแปดพันเก้าที่ทำ แต่เพื่อนบ่ได้สนใจ เพิ่มงานให้ซะงั้น
นั่นเลยเป็นที่มาของ"นกนางนอน"อย่างเราที่ต้องทำตามใจเพื่อน (เป็นเพื่อนที่ดีก็งี้:)
5 วันเป๊ะ เราก็อ่านหนังสือเล่มนี้จบ เย้! พร้อมกับความรู้สึกว่าการเป็นเพื่อนบางทีก็คงต้องคล้อยตามกันไป (เหมือนหัวอ่อน อิๆ)
-----------
วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563
โลกกว้างของนกนางนวล
*หลังจากอ่านไปแค่ครึ่งทาง
เมื่อเพื่อนยื่นหนังสือ "ห้องอาหารนกนางนวล" พร้อมสั่งการบ้านอดีตบ.ก.(?) อย่างเรา ซึ่งโดนลดตำแหน่งมาเป็นสามัญชนคนธรรมดาตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏ เราก็เอานิยายเรื่องนี้ใส่กระเป๋าเดินทางระหว่างบ้าน-มาที่ทำงานแทบทุกวัน เป้าหมายคืออ่านให้จบภายใน 1 สัปดาห์!
เห็นหน้าปกแล้วอดแปลกใจที่เพื่อน(ชาย) อ่านหนังสือแนวนี้ มันดูละมุนละไมแบบหนังสือที่ติ่งญี่ปุ่นวัยรุ่นผู้หญิงน่าจะอ่านกัน
อ๊ะ...เราคงมองเพื่อนผิดไป เพราะเมื่อได้เปิดอ่าน มันกลับทำให้เรารู้สึกว่าเรื่องนี้ชวนคิด และคิดตามไปกับกรอบสังคมของผู้หญิง โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น ที่ตัวละครในเรื่องใช้ชีวิตเรียบเรืี่อยไปวันๆ ตามที่สังคมกำหนด(ว่าดี) จนเมื่อพวกเธอลุกขึ้นมาปฏิวัติตนเอง ก้าวขาออกจากประเทศ(กรอบ)ที่ตนคุ้นเคย มายังที่แปลกใหม่ เรียกว่าเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่เลยทีเดียว เพราะเธอไม่ได้ก้าวข้ามแค่ออกจากสังคมเดิม แต่ตัดสินใจมาอยู่ที่ใหม่ ที่ๆเธอต้องปรับตัวมากกว่าเดิม
ซึ่งนั่นน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่นำความสุขมาให้พวกเธอ
1 คน กล้าเปิดร้านอาหารในฟินแลนด์
1 คน กล้าที่จะจิ้มประเทศบนแผนที่และตัดสินใจที่จะไปยังประเทศนั้น ! (อยากกล้าทำแบบนั้นบ้างจัง)
ภาพปกทำให้เรานึกถึงนกที่อิสระ มีเสรีภาพ บินไปตามใจฝัน พวกเธอก็น่าจะอยากเป็นแบบนั้น เพียงแค่ได้ทำตามฝัน หนทางข้างหน้าเป็นอย่างไร ก็ดำเนินกันไป เดี๋ยวมันก็ดีเอง เหมือนเพลงโปรดของเรา Something Good (วงนั่งเล่น)
"Every day may not be good, but there is something good in every day."
เราว่าพวกเธอมีทัศนคติการมองโลกแบบนั้น
ใครที่ได้อ่านเรื่องนี้จนจบ เราว่าน่าจะอยากลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากชีวิตน่าเบื่อ น่าจะเกิดแรงบันดาลใจยุบยิบในใจ เผลอๆ อาจจะมีคนคว้ากระเป๋าออกเดินทางกันเลยทีเดียว :)
23 Oct.2020
วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2563
ดวงดาวของฉันและเพื่อน
วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563
E-Magazine interview: September 2020
- จุดเริ่มต้นที่ทำให้อาจารย์สนใจการอ่าน
สนใจการอ่านตั้งแต่วัยประถมที่ชอบเข้าห้องสมุดค่ะ
รู้สึกมีความสุขที่ได้อ่านหนังสือและยืมหนังสือจากห้องสมุด
และเมื่อเริ่มเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ก็ทำให้ยิ่งรักการอ่านมากขึ้น
เพราะรู้สึกว่ามีเรื่องราวบนโลกใบนี้ให้เรียนรู้และค้นหาอีกเยอะค่ะ
ยิ่งอ่านมากก็ยิ่งรู้ว่ายังรู้น้อย เลยต้องอ่านให้มากกว่าเดิมค่ะ
- อาจารย์ได้อะไรจากการอ่าน
การอ่านช่วยเปิดโลกทัศน์
เปิดความคิดให้เป็นคนใจกว้างมากขึ้นค่ะ เมื่อได้อ่านเรื่องราวดี ๆ ตัวอย่างดี ๆ
จากบุคคลในหนังสือ นอกจากนี้หนังสือทำให้เป็นคนไม่ขี้เหงาเลยค่ะ
แค่มีหนังสือสักเล่มก็สามารถใช้เวลานาน ๆ อยู่กับตนเองได้ค่ะ
หนังสือหลายเล่มยังเป็นเพื่อนที่ให้แรงบันดาลใจดี ๆ กับชีวิต
และทำให้รักการเขียนด้วยค่ะ เมื่ออ่านเรื่องใด ก็จะเขียนเรื่องที่ประทับใจนั้น ๆ ไว้เพื่อเอาไว้ทบทวนและเป็นสถิติว่าอ่านเรื่องอะไรไปแล้วบ้างค่ะ
เวลาเห็นจำนวนหนังสือที่อ่านมากขึ้นเรื่อย ๆ
หรือเมื่อมีใครพูดถึงหนังสือที่เคยอ่าน แล้วสามารถพูดคุยถึงหนังสือเล่มนั้นได้ก็จะมีความสุขมากค่ะ
การอ่านยังทำให้การสอนวิชาการอ่านในชั้นเรียนเป็นไปอย่างสนุกสนาน
เพราะสามารถเชื่อมโยงเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้ากับประเด็นต่าง ๆ ได้ง่ายค่ะ
- ประสบการณ์ในการใช้บริการสำนักหอสมุด
ตั้งแต่เข้ามาทำงานในมหาวิทยาลัยทักษิณ
สงขลา เมื่อ 16 ปีก่อน ก็เข้ามาใช้บริการห้องสมุดบ่อยมากค่ะ
เป็นสถานที่ที่ชอบที่สุดในมหาวิทยาลัยค่ะ
บรรยากาศหอสมุดเหมาะกับการอ่านหนังสือเงียบ ๆ และเจ้าหน้าที่หอสมุดให้บริการดีมากค่ะ
เมื่อหาหนังสือไม่เจอ ก็มีบริการช่วยหา แม้แต่การยืมหนังสือข้ามหอสมุดก็มีบริการค่ะ
ทำให้ได้อ่านหนังสือทุกเล่มที่อยากอ่าน
และยังมีบริการให้แจ้งหนังสือที่อยากให้หอสมุดจัดหาเข้าหอสมุด
ซึ่งหอสมุดรับฟังและจัดหาให้ค่ะ
ทำให้เห็นถึงความใส่ใจของหอสมุดที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการค่ะ ขอชื่นชมค่ะ
- สำนักหอสมุดได้ช่วยอาจารย์ในการจัดการเรียนการสอน
/ การวิจัยอย่างไรบ้าง
ด้านการเรียนการสอน
หอสมุดมีหนังสือให้นิสิตค้นคว้าอย่างพอเพียง
และเมื่อต้องการยืมเพื่อใช้ในการเรียนการสอนก็สามารถยืมไปเข้าชั้นเรียนได้ค่ะ
ทั้งยังมีภาพยนตร์ดี ๆ เอาไว้แนะนำให้นิสิตดูเพื่อการเรียนรู้วัฒนธรรมนานาชาติอีกด้วยค่ะ
ส่วนด้านการทำวิจัย
จะมีวารสารหลากหลายทั้งที่อยู่บนชั้นและออนไลน์ให้ค้นคว้าอย่างพอเพียงค่ะ
- ห้องสมุดในยุคการเรียนการสอนปัจจุบันควรปรับตัวอย่างไร
เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สอนและผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ดิฉันคิดว่านิสิตรุ่นใหม่ชอบค้นคว้าหาข้อมูลออนไลน์
และไม่ได้อ่านหนังสือเยอะเหมือนก่อน พวกเขาต้องการพื้นที่ในการทำกิจกรรม
ทำงานกลุ่ม จึงควรมีพื้นที่ให้ทำงานกลุ่ม หรือมุมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายค่ะ
การมีร้านกาแฟในหอสมุดก็เป็นการส่งเสริมการเข้าหอสมุดของนิสิตค่ะ
เมื่อหิวก็สามารถหาอาหารทานได้ แล้วค่อยกลับไปอ่านหนังสือต่อค่ะ มุมต่าง ๆ
ของหอสมุดที่จัดเอาไว้ ดิฉันคิดว่าพอเพียงนะคะ โดยเฉพาะห้อง Sky View ซึ่งมีบรรยากาศดี
เหมาะกับการอ่านและการทำงานเป็นกลุ่มในบรรยากาศผ่อนคลาย
- หนังสือที่อยากแนะนำให้ลูกศิษย์ได้อ่าน
หนังสือมีความน่าสนใจอย่างไร
มีหนังสือมากมายที่อยากแนะนำค่ะ
อยากให้นิสิตลองอ่านวรรณกรรมเยาวชน ที่มุมหนังสือเยาวชน ชั้น 5 ค่ะ
หนังสือเยาวชนสำหรับหลายๆคนอาจคิดว่าเอาไว้ให้เด็ก ๆ อ่าน แต่จริง ๆ
แล้วมันสามารถอ่านได้ทุกวัย แถมยังทำให้ความคิดของเราได้ย้อนไปวัยเด็ก
เราจะพบว่าวิธีการนำเสนอเรื่องดูบริสุทธิ์
และผู้เขียนวรรณกรรมเยาวชนส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่
เขียนเรื่องเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนได้อย่างไร มันน่าประหลาดใจมากค่ะ
ดิฉันคิดว่าอาจเป็นเพราะพวกเรามีความเป็นเด็กซ่อนอยู่ในตัวทุกคน
- หนังสือเล่มโปรด
สิ่งที่ได้จากหนังสือ
ขอยกตัวอย่างวรรณกรรมเยาวชนนะคะ
หอยทาก
ผู้ค้นพบประโยชน์แห่งความเชื่องช้าของตน (วรรณกรรมสเปน) หอยทากตั้งคำถามเรื่องความเชื่องช้า
ทำให้คนที่เร่งรีบเช่นพวกเราในปัจจุบันได้เรียนรู้ว่าทำไมเราต้องเร่งรีบกันขนาดนี้
ช้าลงน่าจะดีกว่าไหม
โต๊ะโตะจัง
เด็กหญิงข้างหน้าต่าง และสมุดพกคุณครู (วรรณกรรมเยาวชนญี่ปุ่น)
สองเรื่องนี้สอนการมองโลกในแง่ดี และการเป็นครูที่ดี
ได้เห็นตัวอย่างที่ดีจากคุณครูในเรื่องและการเอาใจใส่เด็กวัยประถม
วิธีคิดเพื่อรับมือกับเด็ก ๆ ช่างสงสัยค่ะ อ่านไปก็จะยิ้มไป และหยิบมาอ่านได้หลายๆครั้งค่ะ
หากเป็นวารสารแนะนำ
National Geographic ค่ะ
มีทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อ่านเล่มนี้แล้วจะรู้ลึก รู้จริง
กับประเด็นต่างๆในสังคมระดับโลกค่ะ ภาพประกอบก็สวยมาก ๆ
เป็นหนังสือที่ไม่ว่าอ่านเมื่อไร เรื่องราวก็ไม่ล้าสมัยค่ะ
- ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงบริการสำนักหอสมุด
หอสมุดอาจเพิ่มกิจกรรมที่ทำให้นิสิตมีส่วนร่วม
เช่น
การประกวดหนังสือเล่มโปรดผ่านการเขียนเรียงความ การทำคลิป หรือการประกวดเล่าหนังสือเล่มโปรด
การประกวดคลิปการใช้หอสมุดอย่างสร้างสรรค์
การเชิญบุคคลที่รักการอ่านมาพูดให้แรงบันดาลใจด้านการอ่านกับนิสิต
ดิฉันเคยอ่านข่าวของสิงคโปร์ จะมีการเชิญคนที่มีประสบการณ์ด้านต่าง ๆ
มาพูดในหอสมุด
และยังมีการให้ผู้เข้าใช้บริการจองเวลาของอาสาสมัครที่มาเป็นคนเล่าเรื่องเพื่อไปพูดคุยเป็นกลุ่มๆ
เป็นการใช้คนทำหน้าที่เป็นหนังสือมีชีวิตค่ะ
(แหล่งข้อมูล:
https://www.humanlibrarysg.org/)
วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563
Meghan & David, my language helper in online class
ก่อนหน้าจะสอนออนไลน์เทอม 1/2563 (20 July ) เราเคยคิดว่าเราจะทำให้ห้องเรียนออนไลน์มันสนุกได้ยังไงนะ จนเมื่อเราเชิญ Jeremy & Christina เพื่อนชาวเกาะผู้ใจดีเข้าชั้นเรียนวิชา Basic Eng. for Daily Life ที่เราสอนนิสิตปี 1 เอกพัฒนาชุมชนและเอกไทย feedback ( exit slip) ของนิสิตออกมาดี พวกเขารู้สึกตื่นเต้นที่มีชาวต่างชาติมาให้สัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็น (unit 1: animal right)
เทอมนี้เราสอนแค่ 2 วิชา คือ Reading Principles กศบ.ปี 1 ซึ่งเราอยากสอนในห้องมาตั้งแต่ต้น ส่วนวิชา Basic Eng. ซึ่งอาจารย์แทบจะทั้งสาขาวิชาภาษาตะวันตกสอนวิชานี้ การสอนต้องไปในทิศทางเดียวกัน คือสอนออนไลน์ทั้งเทอม เราก็อุตส่าห์แยก 3 ชม.เรียน ออกเป็นเรียนพุธเช้า 2 ชม. ศุกร์ 11-12.00 น.อีก 1 ชม.เพื่อนิสิตจะได้ไม่เบื่อจนเกินไป
เข้าเดือนส.ค.เราก็เริ่มชวนนิสิตมาเรียนในห้องเรียนใหญ่ 15402 บ้าง เพื่อเจอหน้าและจะได้ทำกิจกรรมในห้องได้บ้าง
ตอนนี้สอนออนไลน์วิชา Basic Eng. for Daily Life มาได้ร่วม 3 เดือน เราก็รู้สึกว่ามันก็สะดวกดีเหมือนกันแฮะ เราสามารถเชิญเพื่อนต่างชาติที่อยู่ไกลมาเข้าร่วมชั้นเรียน โดยพวกเขาไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาเข้าชั้นเรียน เพียงแค่เปิด WEBex ก็ใช้ได้แล้ว
วันนี้เป็นคิวของ Meghan & David (แฟน) เมแกนเป็นคนน่ารัก เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนเธอส่งข้อความมาบอกว่าหากจะเชิญเธอเข้าคลาสเรียนก็ได้นะ และวันศุกร์ 11-12.00 น.เธอก็สะดวกจากงานพยาบาลแบบ full time ของเธอ เนื่องจากที่อเมริกา เวลานี้คือ 23.00 น.! พอนึกถึงเวลาที่ต่างกัน เราก็นึกถึงอาการ jet lag ที่เคยเป็นตอนกลับมาจากอเมริกาขึ้นมาทันที เราเป็นอยู่เกือบ 2 อาทิตย์ที่จะง่วงกลางวัน และตื่นตาโตตอนกลางคืน ฮ๊าวๆ
เราขอให้เมแกนและเดวิดร้องเพลง 1 เพลง พวกเขาเลือกเพลงของ Disney 'A Whole New World' เราว่าเพลงนี้ร้องเดี่ยวก็เพราะ ความหมายดี (เสียงเมแกนเพราะม๊ากกก...) พอร้องคู่กับคู่รัก ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่
What did 'David & Meghan' share?
-เดวิดแชร์ว่าเขาชอบเดินเข้าป่า และเวลาเดินก็จะสวดมนต์ไปด้วย ใช้เวลาพูดกับพระเจ้า (อาจจะเป็นปัญหาหรือสิ่งที่อยากบอก
-เมแกนแชร์ว่าเวลาว่าง เธอชอบร้องเพลงและอ่าน Bible! เธอช่างเป็นคริสต์นิกชนที่มีความเลื่อมใสในพระเจ้าและนำสิ่งดีๆมาแบ่งปันคนอื่น (อย่างการที่ขอเป็นตัวช่วยในชั้นเรียน เพื่อให้นิสิตได้ฝึกภาษาอังกฤษ)
เธอพูดถึงความแตกต่างทางการศึกษาระหว่างไทย - อเมริกัน ว่า ในประเทศไทย เธอเห็นการแสดงความเคารพของนร.ต่อคุณครู ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอชื่นชม ที่อเมริกา น.ร.สามารถเรียกครูด้วย first name (ชื่อแรกได้เลย)
การเดินทางในช่วงที่ COVID-19 ยังเป็นปัญหา คนไม่เดินทางออกนอกประเทศ แต่จะเดินทางในประเทศมากขึ้น เพื่อป้องกันตนเองจากโรคฯ
เมื่อนิสิตถามว่าการเดินทางด้วยเครื่องบินปลอดภัยไหม พวกเขาบอกว่ามันปลอดภัย เหตุการณ์ 9-11 ทำให้มีการเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยบนเครื่องมากขึ้น เมแกนแชร์โจ๊กว่า 911 เป็น emergency call ที่อเมริกา และผู้ก่อการร้ายเลือกวันทำการจากตัวเลขนี้ ( 9 = September/ 11 = date)
-----------------------
วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2563
เหมียว ๆ เดย์: International Cat Day 8 Aug.
The 8th August marks the International Cat Day.
You'd be surprised to know that Thailand has ranked No.8 of the country that feeds 33% of cats! Russia has ranked no. 1. (นสพ.ข่าวสด)

















