วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เรียงความ: ประสบการณ์อาสา ณ โสสะ

                                                                                                        31/1/58

หลายๆ คนเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อมีแม่เป็นผู้เลี้ยงดูและให้การสนับสนุน มีสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ดีสำหรับการเติบโต ในขณะเดียวกันก็ยังมีเด็กอีกหลายๆ คนที่เติบโตมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่แย่ พ่อแม่ทิ้งไป ไม่มีใครเหลียวแล สถานที่สุดท้ายที่พวกเขามาอาศัยคือหมู่บ้านเด็กกำพร้า

                ผมพูดได้เลยว่าผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เกิดมาโชคดี มีครอบครัวที่สมบูรณ์ครอบครัวหนึ่งก็ว่าได้ มีโอกาสได้รับการศึกษาดีๆ ทั้งโรงเรียนและระดับมหาวิทยาลัย สิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาผมโอกาสได้ไปดูการเป็นอยู่ของน้องๆที่หมู่บ้านเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในหาดใหญ่ คือหมู่บ้านเด็กโสสะ ณ สถานที่แห่งนี้ น้องๆจะมาจากหลายๆจังหวัดมาอยู่รวมกันเป็นบ้าน แต่ละบ้านจะมีพี่เลี้ยงคอยดูแล น้องๆเขาเรียกกันว่าแม่ครับ แม่หนึ่งคนประจำในแต่ละบ้านนี้เข้าต้องดูแลเด็กครั้งหนึ่งทีละหลายๆคน คนเพียงคนเดียวดูแลคนหลายๆ คนแน่นอนว่าการดูแลคงจะทั่วถึงยาก  ผมจะเล่าให้ฟังคร่าวๆ นะครับว่าวันนั้นผมไปช่วยแบ่งเบาภาระแม่คนนี้ยังไงบ้าง

                “ พี่ๆ หนูขอขี่คอพี่หน่อย”  เมื่อเดินทางถึงหมู่บ้านครั้งแรกมีน้องผู้หญิงคนหนึ่งตัวเล็กๆ มาขอขี่คอผมครับ ขณะที่น้องขี่คอก็ได้คุยกับน้อง ผมรับรู้ได้ถึงความไร้เดียงสา ความร่าเริงสดใส หลายๆคำถามที่ผมได้ถามไป ผมกลับมาคิดกับตัวเองเสมอว่าเราโชคดีกว่าน้องเขามากๆเลย น้องเขาข้าวเช้าไม่เคยได้กิน ของเล่นก็ไม่มีให้เล่น น้องคนนี้ชื่อ “เพลง” ครับ วันนั้นเขาติดผมมากถึงกับขนาดที่ว่าจะขึ้นรถกลับด้วยครับ

                นอกจากนี้ผมก็ได้ให้น้องคนอื่นๆ เขียนตามคำบอก อ่านนิทานให้น้องเขาฟังบ้าง ให้น้องท่อง A – Z ทายปริศนาจากคำ รวมถึงพับจรวดปาแข่งกับน้องๆ สนุกดีครับ มีน้องๆหลายคนชื่นชอบกีฬาฟุตบอล แต่น่าเสียดายที่น้องเขาไม่มีลูกฟุตบอลให้ฝึกฝนทักษะ
               

เกือบลืมบอกไปครับว่ากิจกรรมครั้งนี้ผมมีโอกาสได้รู้จักกับกลุ่มนิสิตชาวจีนด้วย แต่ละคนก็น่ารักไม่แพ้กับเด็กๆเลยครับ ต้องขอขอบคุณ อ.ดิญะพร  ที่เชิญชวนผม ซึ่งถ้ามีโอกาสและเวลาว่างอีกผมเข้าร่วมแน่นอนครับ
                                                ---------------------------

เรียงความ: ประสบการณ์อาสา ณ โสสะ




เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา ฉันกับเพื่อนในเอกภาษาอังกฤษอีก 2 คน และเพื่อนนักเรียนชาวจีน รวมทั้งอาจารย์นก ดิญะพร พวกเราได้ไปเยี่ยมน้องๆเด็กกำพร้า บ้านเด็กโสสะ ที่หาดใหญ่ การได้ไปร่วมเล่นและทำกิจกรรมพูดคุยกับน้องๆในวันนั้น ทำให้ฉันได้รับประสบการณ์และความประทับใจในหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้เห็นและมีโอกาสได้ทำ

สำหรับฉัน การได้ไปเยี่ยมน้องๆในครั้งนี้มันทำให้เกิดความรู้สึกสงสาร เศร้าใจ ที่เห็นน้องๆบางคนดูเหงาๆก่อนที่พวกเราจะเข้าไปเล่นกับพวกน้องๆ และฉันก็มีความสุขที่สามารถทำให้น้องๆได้มีรอยยิ้ม เวลามาทำกิจกรรม พูดคุย และเล่น กับพวกเรา จากการที่ได้ไปเยี่ยมน้องๆในวันนั้น ฉันอยากบอกว่าน้องๆที่นั่นเป็นเด็กดีและน่ารักมาก ฉันรู้สึกดีใจที่มีน้องๆมาชวนฉันเล่นกับพวกเขา บางคนก็มากอดคอฉัน บางคนก็มาขอให้เล่านิทาน หรืออ่านหนังสือให้ฟัง  ในระหว่างที่ฉันเดินทางกลับจากบ้านเด็กโสสะ การมีโอกาสได้ไปที่นั่นมันทำให้ฉันหันกลับมามองย้อนดูตัวเองว่า ตัวฉันเองโชคดีมากที่เกิดมามีพ่อแม่ คอยให้ความรัก เลี้ยงดู เอาใจใส่ และเติบโตมาจนทุกวันนี้ และก็รู้สึกหดหู่ใจเมื่อนึกถึงภาพของน้องๆและได้ยินเรื่องของน้องคนหนึ่งที่ถูกคนเป็นแม่นำมาฝากเอาไว้ที่นี้ แต่เหตุผลกลับฟังดูแย่มาก ฉันรู้สึกสงสารน้องคนนั้นมากและฉันคิดว่าน้องๆที่นั้นพวกเขาหลายคนคงขาดความรักจากผู้เป็นพ่อแม่ ทำให้ฉันรู้สึกอยากอยากแบ่งปัน ความรัก อบอุ่น ให้กับน้องๆ ให้พวกเขาได้ มีรอยยิ้มสดใส และมีความสุข ถึงแม้ว่า จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ฉันก็ดีใจ ที่มีส่วนร่วมทำให้น้องๆดูร่าเริง และมีเสียงหัวเราะ ซึ่งวันนั้นก็เป็นวันที่ทำให้ฉันเกิดความทรงจำดีๆและมีความสุขมากๆ


สุดท้ายนี้ ฉันอยากบอกว่าถ้าหากใครได้มีโอกาส หรือมีเวลาว่าง ฉันอยากให้พวกคุณได้ลองไปสัมผัส พูดคุย หรือทำกิจกรรมร่วมกับน้องๆดูสักครั้ง ฉันเชื่อว่ามันจะทำให้คุณมองเห็นอะไรหลายอย่างมากมาย และถ้าเราลองคิด เราก็จะได้ข้อคิดที่ดีหลายข้อ และหนึ่งในนั้น สำหรับตัวฉัน คือ การมีสติ การรู้จักคิดให้รอบคอบ การใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง  และการคิดถึงสิ่งที่จะตามมาหากเราไม่คิดให้ดี ให้ถี่ถ้วน ก่อนจะทำอะไรลงไป เพราะบางทีความผิดพลาด มันอาจจะไม่ได้ส่งผลแค่ที่เรา แต่มันส่งผลถึงคนอื่นด้วย และอาจจะกลายเป็นปัญหาหนึ่งของสังคม ไม่ต้องนึกถึงอะไรที่ไหนให้ไกลเลย  คุณคิดว่าที่น้องๆพวกนี้ต้องกลายมาเป็นเด็กกำพร้าเพราะอะไร? ไม่ใช่เพราะความไม่รู้จักคิดให้ดี หรือ ขาดความรับผิดชอบหรอกหรือที่เป็นสาเหตุ ดังนั้น จงเตือนตัวเองเสมอว่าให้มีสติ และนึกถึงผลที่จะตามมาในสิ่งที่เราจะกระทำด้วยเช่นกัน

                                                                                 วิชิตา ศศบ. เอกอังกฤษ ปี 3 

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เรียงความโครงการส่งเสริมการอ่าน: บ้านสงขลา ( 9)



           จากการที่ไปสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า ความประทับใจที่สัมผัสได้เลยคือ มีความรู้สึกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาสถานสงเคราะห์ ได้มาช่วยเหลือในสิ่งที่พอมีกำลัง ที่ช่วยได้แก่น้องๆที่สถานที่แห่งนี้ ประทับใจมากที่เห็นน้องๆชื่นชอบในสิ่งที่เราทำ เช่น เราอ่านนิทานให้เขาฟัง เขาดูมีความตั้งใจและสนใจในสิ่งที่เราอ่าน เขาดูมีความหวัง เขามีความสุขกับสิ่งที่เราทำให้  

          ดิฉันมั่นใจว่าแม้ดิฉันจะไม่ได้เข้าไปหาเด็กได้ทุกคน เข้าไปหาได้เพียงบางคน แต่สัมผัสได้เลยว่า สถานที่แห่งนี้ได้พยายามเติมความอบอุ่นให้แก่เด็กๆ เด็กๆดูสนุกสนาน น้อยคนนักที่จะซึมเศร้า เด็กๆ ดูสนิทสนมกับผู้ที่ดูแลพวกเขา โดยดิฉันได้ยินเขาเรียกบุคคลเหล่านั้นว่า แม่ เด็กๆดูมีความเคารพในแม่ของพวกเขา และใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้อย่างสนุกสนาน ร่าเริงเฉกเช่นเด็กปกติทั่วไป                                                                                                                    

การไปครั้งนี้นอกจากจะประทับใจในตัวเด็กแล้วๆ ยังได้ประสบการณ์ดีๆอีกมากมาย ทำให้เรารู้ว่า เวลาย่อมมีค่าเสมอ ถ้าเราใช้ให้ถูกต้อง เด็กเหล่านี้อาจจะดื้อบ้างแต่ทุกอย่าง ในชีวิตพวกเขาถูกจัดเป็นระบบ ด้วยคำว่าเวลามาเกี่ยวข้อง พวกเขามีเวลาทานอาหาร เวลาไปโรงเรียน เวลาทำการบ้าน เวลาเล่น ทุกอย่างจึงทำให้เห็นว่าเวลานั้นสำคัญ ไม่ว่าเราจะเป็นใครอยู่ที่ไหนก็ตาม

                                                                                           ปานลดา ศศบ.ภาษาไทย ปี 3 

------------------------------------------------------------------------------------------------

เรียงความโครงการส่งเสริมการอ่าน: บ้านสงขลา ( 8)





 
 


ประสบการณ์อาสา ณ บ้านสงขลา
                สภาพสังคมในปัจจุบันถือเป็นสังคมที่ประสบกับปัญหาในหลายๆด้าน ทั้งในด้านของเศรษฐกิจ การเมืองการปกครองและความเป็นอยู่ของคนในสังคม ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้เด็กหลายๆคนขาดการดูแลจากพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด บางคนก็ถูกทอดทิ้งตั้งแต่ยังเป็นเด็ก หรือที่เราเรียกกันว่า เด็กกำพร้าเด็กเหล่านี้ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งภาวะขาดแคลน การถูกเอารัดเอาเปรียบ การถูกทอดทิ้งและปัญหาต่างๆอีกมากมาย ที่เขาเหล่านั้นต้องเผชิญหน้าและต้องทนยอมรับชะตากรรม
                โดยปกติแล้ว ครอบครัวที่สมบูรณ์นั้น ต้องประกอบไปด้วย พ่อ แม่ และลูก แต่เด็กบางคน เขาต้องเติบโตมาโดยที่ขาดพ่อไร้แม่ ถึงแม้ว่าเขาเหล่านั้นจะสามารถเติบโตได้เหมือนเด็กทั่วๆไปก็ตาม แต่สิ่งที่เขาต่างไปจากคนอื่นก็คือ พัฒนาการทางด้านจิตใจ ความรู้สึก ความคิด ความสุข เขาขาดคนที่จะมาช่วยหล่อหลอม ให้ความรัก ความอบอุ่น และเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดคอยอบรมสั่งสอนเขาให้เติบโตขึ้นมาอย่างเด็กคนอื่นและโดยทั่วไปเมื่อเด็กขาดแม่ก็เท่ากับเขาขาดความมั่นคงในการใช้ชีวิต มีความเสี่ยงในหลายๆด้าน สิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาเสี่ยงที่จะกลายเป็นปัญหาของสังคมได้มากกว่าเด็กที่มีครอบครัว เขามีเพียงครูพี่เลี้ยงที่คอยดูแล สั่งสอนและเป็นคนที่คอยเลี้ยงดูให้เค้าเติบโตขึ้นและสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
                ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีการรณรงค์ในเรื่องของปัญหาเด็กและเยาวชน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายๆหน่วยงานที่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ให้ความสำคัญกับเรื่องของปัญหาเด็กกำพร้าแต่ถ้าเทียบกับจำนวนของเด็กที่ต้องประสบกับปัญหาเหล่านี้ ความช่วยเหลือจากหน่วยงานก็แทบจะไม่เพียงพอต่อความต้องการหรือเนื่องจากปัญหาของเด็กและเยาวชนเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากและนับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าประเทศจะมีการพัฒนา ก้าวไปข้างหน้า การศึกษาจะกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคแต่ปัญหาเหล่านี้ก็ยังคงเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้และยิ่งสะสมมากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย
                หลายๆครั้งที่เรามักจะท้อแท้กับการใช้ชีวิต หรือเหนื่อยล้ากับการทำอะไรสักอย่าง เราอาจจะคิดว่า


ทำไมชีวิตของเราถึงแย่อย่างนี้?หรือเราอาจจะคิดว่า ทำไมเราถึงโชคร้ายจัง?แต่หากเรามองไปถึงสังคมในปัจจุบัน มองเด็กและเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่เขาถูกทอดทิ้ง ไม่มีแม้กระทั่งผู้ปกครอง ขาดพ่อไร้แม่ เขาต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆมากมายที่เข้ามาในชีวิต เมื่อเรามองย้อนไปแล้วเราจะรู้ว่าเราโชคดีแค่ไหนที่เรามีครอบครัวที่สมบูรณ์ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดี  ได้เติบโตมาจากครอบครัวที่สมบูรณ์ให้ความอบอุ่นเลี้ยงดูเรามาอย่างดี เมื่อเราคิดเช่นนี้ก็จะทำให้เรามีแรงผลักดันที่จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

                เมื่อเรามีโอกาสที่ดีในหลายๆเรื่อง ทั้งในเรื่องครอบครัว การใช้ชีวิต การศึกษา เราก็ไม่ควรที่จะมองข้ามปัญหาสังคมเหล่านี้ โดยเฉพาะในเรื่องของปัญหาเด็กและเยาวชน เราควรจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เช่น เวลาว่างจากการเรียน ไปทำหน้าที่ของความเป็นมนุษย์ให้สมบูรณ์ โดยการรู้จักสละเวลา รู้จักการให้ ให้ความรัก ความอบอุ่น ความรู้แก่เด็กๆที่เขาขาดโอกาสในหลายๆด้าน ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องช่วยเหลือเขาด้วยกำลังทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่สำคัญมากไปกว่านั้นที่เราจะให้เขาได้ นั่นก็คือ กำลังกาย กำลังใจ ที่เราสามารถให้เขาได้ด้วยความยินดีและเต็มใจ

                จากการที่ดิฉันได้มีโอกาสไปช่วยเหลือ ดูแลเด็กๆ มีโอกาสได้ไปพูดคุย เล่านิทานให้น้องๆฟัง สอนการบ้านและเล่นกับพวกเขาเหล่านั้น ทำให้ดิฉันรู้เลยว่า ยังมีคนอีกจำนวนมาก ที่เขาต้องการความช่วยเหลือจากสังคม ต้องการความรัก ความอบอุ่น เพราะชีวิตเขาเติบโตขึ้นมาอย่างน่าสงสาร ชีวิตที่ขาดพ่อไร้แม่ ต้องเผชิญกับปัญหาที่รายล้อมเข้ามาในชีวิต เขาต้องการเพื่อน ต้องการความรักและความอบอุ่น หลายๆครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มจากพวกเขาเหล่านั้นทำให้ดิฉันมีความสุขเป็นอันมาก รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรอยยิ้มเล็กๆนั้น ดีใจที่ทำให้เขาเกิดความสุขและสนุกไปกับสิ่งที่ดิฉันเต็มใจและยินดีที่จะทำให้ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการช่วยเหลือเพียงเล็กๆน้อยๆก็ตาม และดิฉันก็เชื่อแน่ว่า เด็กๆเหล่านั้นก็ต้องมีความสุขมากๆเช่นกัน ที่มีพวกเราเข้าไปมอบความรักความเป็นมิตรให้แก่พวกเขา
                ประสบการณ์ของการได้มีโอกาสเข้าไปดูแลน้องๆ ทำให้ดิฉันรู้จักกับการเป็นผู้ให้มากยิ่งขึ้น ทำให้เรารู้จักกับความอดทน ความเสียสละ ความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันและสิ่งสำคัญ คือทำให้ดิฉันมีกำลังใจในการเรียนมีแรงผลักดันในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เราเป็นคนที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น การที่เรารู้จักทั้งการเป็นผู้ให้และผู้รับที่ดีนั้นจะทำให้เราเกิดรอยยิ้มแห่งความสุข ทั้งสุขที่ได้เป็นผู้ให้และสุขที่ได้เป็นผู้รับ 

                สิ่งตอบแทนที่มีค่ามากที่สุดสำหรับดิฉันนั่นก็คือ รอยยิ้มของเด็กๆ มันทำให้ดิฉันรู้สึกยิ้มได้ตลอดเวลาที่ได้ทำกิจกรรมกับพวกเขา รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก รู้เพียงแค่ว่า อยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้องๆมีรอยยิ้ม มีความสุข และถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปดูแลน้องๆอีก ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ
แค่วันละ
1 ถึง 2 ชั่วโมงก็ตาม แต่ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ความประทับใจ และความสุขที่เอ่อล้นอยู่ในหัวใจ

                                                                                                         ทรรษรีย์      ศศบ. ภาษาไทย 



               



           


เรียงความโครงการส่งเสริมการอ่าน: บ้านสงขลา (7)




                จากการไปสถานสงเคราะห์บ้านเด็กกำพร้าในครั้งนี้ ดิฉันมีความประทับใจมากมาย ในครั้งแรกที่เพื่อนประชาสัมพันธ์ว่าจะไปทำกิจกรรมบ้านเด็กกำพร้า ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะเป็นสถานที่ที่ดิฉันนั้นอยากไปมากเพียงแต่ไม่มีโอกาสที่ได้ไป แต่ครั้งนี้ดิฉันมีโอกาสไปกิจกรรมเป็นครั้งแรก 

              ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นและมีความประทับใจเป็นอย่างมากที่ได้เจอกับน้องๆทุกๆคน ถึงแม้ว่าเด็กๆบางคนอาจจะดูแข็งกระด้างแต่ดิฉันและเพื่อนๆก็พร้อมที่จะมอบรอยยิ้มและความอบอุ่นให้กับเด็กๆเหล่านี้ กิจกรรมที่ดิฉันได้ทำก็คืออ่านนิทานให้เด็กๆฟัง ซึ่งเด็กๆก็สนุกมาก ถึงจะเหนื่อยบ้างแต่แค่ได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ เพียงแค่นี้ความรู้สึกเหนื่อยก็หายไปแต่กลับเป็นการภาคภูมิใจมากกว่าที่อย่างน้อยเราสามารถทำประโยชน์ให้ผู้อื่นได้


                และถ้ามีกิจกรรมดีๆแบบนี้อีก ดิฉันก็ไม่พลาดที่จะไปร่วมทำกิจกรรมขอขอบคุณอาจารย์ดิญะพรที่มีโครงการดีๆแบบนี้ และมันยังทำให้ดิฉันได้เข้าใจถึงคำว่า
สุขใจผู้ให้ อิ่มใจผู้รับอย่างแท้จริง ขอบคุณค่ะ

                                                                                                            กนกวรรณ ศศบ. ภาษาไทย ปี 3 

เรียงความโครงการส่งเสริมการอ่าน: บ้านสงขลา (6)



                จากการไปสถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลาในครั้งนี้ กระผมมีความประทับใจเป็นอย่างมากเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาเยือนที่นี่ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานของเด็ก ๆทั้งเด็กเล็กและเด็กโต และความเมตตา โอบอ้อมอารีจากพี่ ๆ ที่ดูแลน้อง ๆ 

จากการที่กระผมได้สัมผัสกับน้องๆเด็กๆเหล่านั้น มันรับรู้ได้ว่า น้องๆ นั้นต้องการอะไรและขาดอะไรไป กระผมได้ช่วยสอนการบ้านน้อง ๆ ช่วยสอนน้อง ๆ อ่านหนังสือ และได้อ่านหนังสือให้น้อง  ๆ ฟัง กระผมมีความสุขมาก ๆ ครับ ที่ได้มอบสิ่งเหล่านี้ให้แก่น้อง ๆ ได้รับรู้ถึงความน่ารัก ความขี้เกียจและความขยันของน้อง ๆ บางคนบางกลุ่ม ความก้าวร้าว การพูดการจา ทำให้ผมได้รู้ว่าเด็กเหล่านี้มีความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน รู้สึกเห็นใจน้อง ๆ เพราะเขาเองไม่ได้รับการดูแลจากพ่อแม่ของเขา แต่สิ่งที่ทำให้กระผมประทับใจมากที่สุดคือ กระผมได้อ่านหนังสือให้น้องคนหนึ่งฟัง และเมื่อตอนที่กระผมจะเดินทางกลับ น้องคนนั้นได้เข้ามากอดกระผมและเดินจากไป กระผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่น่าประทับใจและซึ้งใจเป็นอย่างมากครับ

                อย่างไรก็ตาม กระผมอยากให้มีกิจกรรมแบบนี้ทุกวันเพื่อที่จะให้เราได้มอบความอบอุ่นให้กับเด็ก ๆ เหล่านี้ อยากให้เขาได้ในสิ่งที่เขาไม่เคยได้ อยากให้เขาอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข กระผมเชื่อว่าสิ่งที่เราได้ให้ไปกับเด็ก ๆ เหล่านี้มันจะเป็นกำลังใจและแรงผลักดันหนึ่งเพื่อให้เขาได้คิดและได้รู้ว่าถึงแม้เขาจะไม่มีพ่อแม่ แต่เขาก็ยังมีพี่ ๆ ที่สามารถให้ความอบอุ่นกับเขาได้ไม่มากก็น้อย กระผมขอขอบคุณอาจารย์นกเป็นอย่างมากนะครับที่สร้างกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ขึ้นมา ทำให้กระผมได้ร่วมกิจกรรม ขอบคุณครับ

                                                                                                     กัมปนาท ศศบ. เอกภาษาไทย ปี 3 


วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เรียงความโครงการส่งเสริมการอ่าน: บ้านโสสะ (15/2/58)







เมื่อฉันรู้ว่าฉันได้ไปบ้านเด็กกำพร้าโสสะ ฉันรู้ดีใจเป็นอย่างมาก จึงเก็บตุ๊กตาที่ดิฉันใช้แล้วบ้างไม่ใช้แล้วบ้างไปให้น้อง รวมถึงกระปุกออมสินและกระเป๋านักเรียน นี่เป็นบางส่วนที่ฉันอยากมอบให้น้องๆ






                วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.. 2558 เป็นครั้งที่ฉันได้ไปหมู่บ้านเด็กโสสะ ไม่เคยทำกิจกรรมดีๆแบบนี้มาก่อนเลย ต้องขอบคุณอาจารย์นกและเพื่อนๆ ที่มาทำกิจกรรมกับน้องๆ ทำให้น้องๆหลายคนมีความสุขมากเลย

ฉันสังเกตได้จากสีหน้าท่าทางของพวกเด็กๆ กิจกรรมที่พวกเราได้ทำกันนั้นก็มีร้องเพลงและเต้น ฉันเห็นน้องๆบางกลุ่มชอบกิจกรรมนี้มากเลย ทุกคนมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ฉันเห็นภาพนั้นแล้วก็ยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว 
มาอีกมุมหนึ่ง ฉันนั่งอยู่ส่วนนี้ กำลังสอนน้องๆอ่านหนังสือและเขียนตามคำบอก น้องๆทุกคนเก่งมากเลย เขียนตามคำบอก 15 คำ ส่วนใหญ่ก็ทำกันได้อยู่ประมาณ 12-13 คำ ถือว่าสุดยอดกันเลยทีเดียว 




เมื่อฉันตรวจเสร็จ น้องๆบางคนกำลังทำอะไรสักอย่าง มีไม้มีกระดาษและกาว ฉันสงสัยจึงถามน้องไปว่าทำอะไรกันอยู่ น้องบอกว่ากำลังทำว่าวครับ ฉันเห็นว่าสิ่งที่น้องทำมันน่าสนใจ จึงบอกน้องว่าอยากทำด้วย น้องเลยสอนให้ ฉันเห็นวาดภาพสัญลักษณ์อะไรสักอย่าง จึงถามอีกว่ามันคืออะไร น้องบอกเป็นสัญลักษณ์ของบ้านโสสะ ฉันบอกน้องว่าเก่งจังเลย น้องบอกว่า พี่ถ้าไม่วาดรูปนี้ว่าวจะไม่ขึ้นนะ ฉันบอกน้อง ฉันวาดไม่เป็น วาดเป็นผีเสื้อได้ไหม มันจะได้บินได้ไง ฉันแอบยิ้ม พอน้องๆทำกันเสร็จก็เอาไปเล่นกัน ส่วนตัวฉันก็มองน้องๆเล่นกันอย่างมีความสุข 



มีคนน้องเดินมาบอกดิฉันว่าว่าวผีเสื้อของพี่มันบินได้นะ พี่ลองมาเล่นดูสิ ฉันออกไปเล่นกับน้อง วิ่งได้ 2-3 รอบก็เหนื่อยแล้ว และหลังจากนั้นกลับมาข้างมานั่งฟังน้องคนหนึ่งร้องเพลงและเปิดคลิปที่เต้นให้ดู ฉันบอกน้องว่ามีความสามารถเยอะจัง เก่งมากเลย น้องก็เขินๆและยิ้มให้ เสร็จแล้วฉันได้ถ่ายรูปกับน้องๆบางส่วนด้วย รู้สึกดี ดีใจมากที่ได้มาในครั้งนี้ ได้ทำอะไรหลายๆอย่างเลย ก่อนกลับดิฉันและอาจารย์นกได้นำพวกสิ่งของไปบริจาคกัน แล้วกลับมาถ่ายรูปรวม จากนั้นถึงเวลาที่ต้องกลับกันแล้ว มีน้องบางส่วนอยากไปกับเรา ขึ้นไปบนรถและไม่ยอมลง น่าสงสารมากค่ะ แต่สุดท้ายน้องก็ลง เราโบกมือบ๊ายบ๊ายกัน สำหรับวันนี้ดิฉันรู้ดีใจอย่างเต็มเปี่ยม มีความสุขมากๆเลยคะ ขอบคุณที่อาจารย์และเพื่อนๆทุกคนอีกครั้ง มีโอกาสครั้งหน้า ดิฉันอยากมาอีกครั้งค่ะ



--------------------