วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

February: Love Sharing 2015

                                                                                                              








Monday 9/2/15

This late afternoon, 15 TSU students & I visited kids at Home for Songkhla to teach them homework and get them ready for tomorrow class. Some kids were still shy so I approached them and asked if they'd homework. The key for being volunteers is if kids are shy, we might approach and talk to them first. Within 15 mins, kids will feel more relaxed and willing to spend time with us.

Thanks TSU students who contributed their time after class to make a difference for local kids.




โครงการส่งเสริมการอ่านตอน "อาสาอ่านเพื่อน้อง" คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ชักชวนนิสิตใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนไปสอนการบ้านน้องๆที่สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา 

โดยถือโอกาสเดือนกุมภาฯ เดือนแห่งความรักเป็นการแบ่งปันความรักให้น้องๆ ที่น่าจะต้องการความรัก ความอบอุ่นมากเป็นพิเศษจากพี่ๆ 

วันนี้พวกเราไปถึงสถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา เวลา 4.10 pm. น้องๆยังไม่กลับมาจากโรงเรียน เลยรอกันต่อไปอีกสักหน่อย 

เนื่องจากเราเพิ่งมาแค่ 2 ครั้ง เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว น้องๆเลยยังไม่ชิน บางคนอายๆไม่ยอมมานั่งตามคำชวน หรือบอกว่าไม่มีการบ้าน 

เนื่องจากน้องๆกลับมาจากโรงเรียนค่อนข้างช้า พวกเราเลยได้สอนน้องๆไม่นาน ก็ได้เวลาทานข้าวเย็นของน้องๆ
น้องๆบางคนยังขี้อาย เลยต้องไปเดินจูงมือมานั่งเรียนกับพี่ๆ
เมื่อน้องบอกว่าไม่มีการบ้าน เลยขอเปิดกระเป๋าน้องๆดูรายวิชาอื่นๆ เพื่อจะได้เตรียมการเรียนในวันรุ่งขึ้น

--------------------------

หลายวันถัดมา 

ขอบคุณแม่ปุ๊และน้องหมูแฮมที่รวบรวมหนังสือสำหรับเด็กเล็กเพื่อให้พี่ๆนิสิตมหาวิทยาลัยทักษิณ ได้เอาไปอ่านและสอนการบ้านน้องๆที่สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา มา ณ โอกาสนี้

วันนี้ (17/3/58) หอบหนังสือกะจะไปหาน้องๆแต่ว่าประชุมร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่และนิสิตจาก Universiti Sains Malaysia นานไปหน่อย 3.00 - 6 pm. เลยไม่ได้ไป 

ไว้จะเอาไปใช้พรุ่งนี้กับอาสาสมัครนิสิตเอกไทย ปี 3

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

็อาสาสอนการบ้านน้อง: สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา



รับสมัครนิสิตที่สนใจทำงานอาสาสมัคร
เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการอ่านครั้งที่ 5: อาสาอ่านเพื่อน้อง
ณ สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา (ใกล้โรงพยาบาลสงขลา)
นิสิตสามารถเลือกได้ว่าสะดวกวันไหน
วันจันทร์ ที่ 9/2/58 หรือ พฤ. ที่ 12/2/58 เวลา 15.45 - 17.15 น.
รับสมัครวันละ 10 - 12 คน
โดยนิสิตสามารถนำไปเทียบชั่วโมงกิจกรรมหลักสูตรนอกชั้นเรียนได้ (สร้างสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม)
สมัครได้ที่ อาจารย์นก nokdiya@gmail.com
หรือ FB:Diyaporn Wisamitanan แจ้งวันที่อยากเข้าร่วม ชื่อและเบอร์โทร
หมดเขตรับสมัคร: 8/2/58
มาร่วมกันใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์กับน้องๆกันค่ะ
--------
หลังจากแปะโพสท์รับสมัครนิสิตไปสอนการบ้านน้องตามข้อความข้างบน น่าดีใจมากๆที่ได้รับความสนใจมากมายภายใน 1 คืน ก็มีนิสิตเข้ามาสอบถามและแสดงเจตจำนงค์อยากเข้าร่วม

วันจันทร์ 9/2/58 มีนิสิตเข้าร่วม 13 คน
วันอังคาร (เพิ่มพิเศษอีก 1 วัน) 8 คน (นำโดย บอย นิติศาสตร์)
วันพฤ. 18 คน

------------------------
ดีใจอีกอย่างที่นิสิตที่ไปเข้าร่วมมาแล้ว ถึงจะทำกิจกรรมกึ่งบังคับของฝ่ายกิจกรรมหลักสูตรนอกชั้นเรียนเพื่อเก็บชม.ก็ตาม หลายคนก็บอกเราว่าอยากไปอีก เช่น นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์คนนี้





หาเวลาว่างๆไปทำประโยชน์ใปมอบความสุขความอบอุ่นแก่น้องๆเค้ากันเถอะ เเค่วันละครึ่งชั่วโมงก็ยังดี เเค่เราไปนั่งคุย นั่งสอนการบ้านน้องเค้าเเค่นั้นก็เปนเหมือนการมอบความสุขไห้น้องๆเค้าได้ล้ะ
#ตอนนั่งสอนน้องเสื้อเขียวคนนี้ ทำการบ้านอยุ่น้องก็หันมาเรียกเราว่า #เเม่ ฟังเเล้วก็รุ้สึกแปลกๆเนอะ เพราะคำที่เค้าเอ่ยออกมาเปนสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตที่น้องเค้าใม่มีเเม่ดูเเลอยุ่ใกล้ๆ อีโมติคอน cry
#กลับมานึกถึงตัวเอง ว่าเราโชคดีเเค่ไหนเเล้วที่เกิดมามีทั้งพ่อมีทั้งเเม่คอยสั่งสอน ดูเเล เลี้ยงดูเรามาจนโตถึงขนาดนี้ ดีเเค่ไหนเเล้วที่มีพ่อเเม่ที่ไห้ความรัก ความสุข ความอบอุ่นที่เเท้จริงเเก่เรา อีโมติคอน heart
ใครสนใจจะไปติดต่อผ่านทางอาจารย์ท่านนี้ได้นะค้ะ --> Diyaporn Wisamitanan
 


---------------

เรื่องเล่า...ความประทับใจ…สิ่งที่ได้รับ…ข้อคิดดีๆ จากบ้านเด็กโสสะ








เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 58 ที่ผ่านมา ฉันกับเพื่อนในเอกภาษาอังกฤษอีก 2 คน และเพื่อนนักเรียนชาวจีน 
รวมทั้งอาจารย์นก  ได้ไปเยี่ยมน้องๆเด็กกำพร้า บ้านเด็กโสสะ ที่หาดใหญ่ 
การได้ไปร่วมเล่นและทำกิจกรรมพูดคุยกับน้องๆในวันนั้น ทำให้ฉันได้รับประสบการณ์และความประทับใจในหลายสิ่ง                       หลายอย่างที่ได้เห็นและมีโอกาสได้ทำ



สำหรับฉัน การได้ไปเยี่ยมน้องๆในครั้งนี้มันทำให้เกิดความรู้สึกสงสาร เศร้าใจ ที่เห็นน้องๆบางคนดูเหงาๆก่อนที่พวกเราจะเข้าไปเล่นกับพวกน้องๆ และฉันก็มีความสุขที่สามารถทำให้น้องๆได้มีรอยยิ้ม เวลามาทำกิจกรรม พูดคุย และเล่น กับพวกเรา จากการที่ได้ไปเยี่ยมน้องๆในวันนั้น ฉันอยากบอกว่าน้องๆที่นั่นเป็นเด็กดีและน่ารักมาก ฉันรู้สึกดีใจที่มีน้องๆมาชวนฉันเล่นกับพวกเขา บางคนก็มากอดคอฉัน บางคนก็มาขอให้เล่านิทาน หรืออ่านหนังสือให้ฟัง  ในระหว่างที่ฉันเดินทางกลับจากบ้านเด็กโสสะ การมีโอกาสได้ไปที่นั่นมันทำให้ฉันหันกลับมามองย้อนดูตัวเองว่า ตัวฉันเองโชคดีมากที่เกิดมามีพ่อแม่ คอยให้ความรัก เลี้ยงดู เอาใจใส่ และเติบโตมาจนทุกวันนี้ และก็รู้สึกหดหู่ใจเมื่อนึกถึงภาพของน้องๆและได้ยินเรื่องของน้องคนหนึ่งที่ถูกคนเป็นแม่นำมาฝากเอาไว้ที่นี้ แต่เหตุผลกลับฟังดูแย่มาก ฉันรู้สึกสงสารน้องคนนั้นมากและฉันคิดว่าน้องๆที่นั้นพวกเขาหลายคนคงขาดความรักจากผู้เป็นพ่อแม่ ทำให้ฉันรู้สึกอยากอยากแบ่งปัน ความรัก อบอุ่น ให้กับน้องๆ ให้พวกเขาได้ มีรอยยิ้มสดใส และมีความสุข ถึงแม้ว่า จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ฉันก็ดีใจ ที่มีส่วนร่วมทำให้น้องๆดูร่าเริง และมีเสียงหัวเราะ 
ซึ่งวันนั้นก็เป็นวันที่ทำให้ฉันเกิดความทรงจำดีๆและมีความสุขมากๆ



สุดท้ายนี้ ฉันอยากบอกว่าถ้าหากใครได้มีโอกาส หรือมีเวลาว่าง ฉันอยากให้พวกคุณได้ลองไปสัมผัส พูดคุย หรือทำกิจกรรมร่วมกับน้องๆดูสักครั้ง ฉันเชื่อว่ามันจะทำให้คุณมองเห็นอะไรหลายอย่างมากมาย และถ้าเราลองคิด เราก็จะได้ข้อคิดที่ดีหลายข้อ และหนึ่งในนั้น สำหรับตัวฉัน คือ การมีสติ การรู้จักคิดให้รอบคอบ การใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง  และการคิดถึงสิ่งที่จะตามมาหากเราไม่คิดให้ดี ให้ถี่ถ้วน ก่อนจะทำอะไรลงไป เพราะบางทีความผิดพลาด มันอาจจะไม่ได้ส่งผลแค่ที่เรา แต่มันส่งผลถึงคนอื่นด้วย และอาจจะกลายเป็นปัญหาหนึ่งของสังคม ไม่ต้องนึกถึงอะไรที่ไหนให้ไกลเลย  คุณคิดว่าที่น้องๆพวกนี้ต้องกลายมาเป็นเด็กกำพร้าเพราะอะไร? ไม่ใช่เพราะความไม่รู้จักคิดให้ดี หรือ ขาดความรับผิดชอบหรอกหรือที่เป็นสาเหตุ ดังนั้น จงเตือนตัวเองเสมอว่าให้มีสติ และนึกถึงผลที่จะตามมาในสิ่งที่เราจะกระทำด้วยเช่นกัน



 ---------------------------นส.วิชิตา เอกอังกฤษ ปี 3------------------------------------------------------------------------

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2558

อีเมลถึงฟุลไบรท์: ว่าด้วยโครงการส่งเสริมการอ่าน ฉบับ 2


อาจารย์ นกคะ

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ น่ารักจริง ๆ เข้าใจคิดนะคะ เรื่อง thank you note นี่น่ารวมเป็นเล่มเนอะ ถ้าไม่ลำบากขอแชร์นิดได้มั๊ยคะ อยากรู้ว่าเด็ก ๆ เขียนอะไร พอดีตรงกับ theme จัดงานของพี่ปีนี้ เลย ทุกปีเราจะพาเด็กไทยที่เพิ่งได้ทุนฟุลไบรท์ไปเชียงใหม่ เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง ปีนี้ เป็น theme "ขอบคุณ" ค่ะ อยากให้ทุกคนมองว่าเรามีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตตั้งเยอะ ส่วนใหญ่จะเป็น เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มองข้ามไป อยากให้เขาคิดว่ามาถึงตรงนี้ได้เขาต้องขอบคุณอะไรและใคร เยอะมาก ให้ต่อไปตัวเขาจะได้ 'คืนความสุข' ให้คนอื่นบ้าง แหม...น่าเอาโปรเจคมารวมกันจัง

พูดถึงหนังสือเป็นหนัง ขอเสนอ Tuesday with Morrie ค่ะ เขาทำหนังออกมาได้ค่อนข้างตรงกับ หนังสือ เนื้อหาก็ดีมาก ๆ เลย

และขอบคุณที่ส่งโครงการอาสาสมัครมาให้นะคะ พอดีเลย เพราะติดต่อสมาคมคนตาบอดแล้วไม่ work เดี๋ยวลองอันนี้ดีกว่า ได้เรื่องยังไงจะ update กันนะคะ

พี่ปูน

----------------

สวัสดีค่ะพี่ปูน

เวลานกทำโครงการส่งเสริมการอ่านแต่ละเดือน นกมักจะแทรกการเขียน thank you note ไปด้วยค่ะ รวมถึงรายวิชาที่ตนเองสอน โดยมักโยงกับโอกาสในเดือนนั้นๆ เช่นวันวาเลนไทน์ วันครู วันแม่ ฯ หรือไม่มีเหตุการณ์อะไรเป็นพิเศษ แต่ใช้การโน้มน้าวนิสิตให้เห็นถึงความสำคัญของคนรอบข้าง นกชอบอ่านสิ่งที่นิสิตเขียนด้วยค่ะ ว่านิสิตจะเขียนถึงผู้อื่นยังไง และอยากฝึกให้จิตใจพวกเค้าอ่อนโยนค่ะ 

หนังสือ how to เคล็ดลับความสุขหลายๆเล่มก็พูดถึงการเขียนขอบคุณสิ่งต่างๆไว้เสมอๆค่ะ บางทีนอกจากขอบคุณคนแล้วก็อาจขอบคุณเหตุการณ์หรือเรื่องดีๆ(แม้ ว่าจะเป็นเรื่องเล็กแค่ไหน หาให้ได้สัก 3 เรื่องใน 1 วัน มันก็จะทำให้อารมณ์เราเปลี่ยนไปสู่การคิดบวกค่ะ) 

หากพี่ปูนมีเวลาเรียนออนไลน์ นกแนะนำให้เรียนคอร์สออนไลน์ Science of Happiness จากwww.edx.org ค่ะ คอร์สนี้ก็สอนเรื่องพวกนี้ค่ะและมีแบบฝึกหัดเพื่อฝึกให้เราสร้างสุขด้วยค่ะ (เว็บนี้ยังมีคอร์สน่าเรียนเยอะเลย แต่คอร์สนี้เรียนได้ตามเวลาที่เราอยากเรียน self - pace ค่ะ

กลับมาที่เรื่องข้อความที่นิสิตเขียนที่นกว่ามันน่ารักนะคะ 

- ขอขอบคุณลุงรปภ.ที่คอยช่วยเหลือในการเก็บรถ ถอยรถ เวลาที่ลืมกุญแจที่รถก็ช่วยเก็บให้ คอยดูแลความเรียบร้อยในการเก็บรถ ขอขอบคุณมากๆที่คอยดูแลนะคะ หนูขอให้คุณลุงสุขภาพแข็งแรง เป็นคุณลุงที่น่ารักแบบนี้ตลอดไปนะคะ 

- คุณลุงน่ารักมากค่ะ ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่มาก ประทับใจทุกครั้งที่ช่วยยกรถให้ รู้ว่ามันเป็นหน้าที่ แต่หนูเพิ่งเคยเห็นยามคนนี้แหละที่ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดใน ม.เรา 

- อยากขอบคุณคุณยามคนหนึ่ง ที่ครั้งหนึ่งหนูเข้ามาในมหาวิทยาลัยอย่างเร่งรีบ จนลืมสวมหมวกกันน๊อค เพราะวันนั้นดิฉันมีประชุมกับอาจารย์ แต่ยามใจดีมากให้ดิฉันยืมหมวกใช้

- ถึงคุณป้าแม่บ้านที่ทำสวนหน้าอาคาร 3
หนูเดินมาเรียนทุกวัน เห็นป้านั่งทำงานทำความสะอาดสนามหญ้า ถอนหญ้าริมทางเดิน หน้าตึก 3 ทุกวัน ขอให้คุณป้าสนุกกับการทำงาน มีความสุขกับการทำงาน ทำหน้าที่ของป้า แล้วงานที่หนักเหนื่อยจะเป็นความสุขเอง เป็นกำลังใจให้กับป้านะคะ ตั้งใจทำงาน ไม่ว่าป้าจะมีปัญหาอะไร ทุกอย่างมีทางออกค่ะ สู้ๆและยิ้มเยอะๆนะ ทุกวันจะมีความสุข

-ถึงคุณป้าแม่บ้าน ขอบคุณคุณป้าแม่บ้านที่คอยดูแลทำความสะอาดอาคาร สถานที่ต่างๆเพราะทำให้มหาวิทยาลัยสะอาด น่าเรียน ใกล้จะถึงวันแห่งความรักแล้ว หนูจึงขอมอบความรักให้ป้าแม่บ้าน 


- ถึงคุณน้า คุณป้าแม่บ้าน คณะมนุษย์ฯ
ขอขอบคุณคุณป้า คุณน้าแม่บ้านที่ทำให้หนูมีห้องเรียนที่สะอาด ถึงคุณน้า คุณป้าจะเหนื่อยก็ขอให้สู้ๆนะคะ หนูจะไม่ทิ้งขยะในห้องเรียนให้คุณน้า คุณป้าลำบากนะคะ

-- สวัสดีวันครู ขอให้คุณครูที่ได้รับการ์ดแผ่นนี้ มีความสุข สุขภาพแข็งแรง มีสิ่งดีๆให้ลูกศิษย์ตลอดไป อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้แก่ศิษย์ไปนานๆ ขอบคุณคำสั่งสอน และสิ่งดีๆที่ครูคอยมอบให้

-- ขอบคุณทุกครั้งที่มีปัญหาแล้วมีอาจารย์คอยให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาและชี้ทางแก้ไขปัญหาในทุกๆเรื่อง ขอบคุณทุกคำสอน ทุกบทเรียน ทุกความรู้ ทุกตัวอักษรของอาจารย์ค่ะ 

------
ข้างต้นเป็นตัวอย่างการ์ดขอบคุณค่ะ  นกกับนิสิตจะจัดส่งการ์ดไปให้ผู้รับตามที่จ่าหน้าไว้ค่ะ พี่เจ้าหน้าที่ห้องสมุดที่ได้รับบอกว่าดีใจมากที่มีคนนึกถึง เพราะบางครั้งนิสิตก็บ่นเรื่องการทำงานของเจ้าหน้าที่จนเค้าไม่คิดว่าจะมี นิสิตที่เห็นว่าพวกเค้าตั้งใจทำงาน 

-- เทอมที่แล้วมีนิสิตที่เรียนชีววิทยาเขียนถึงเจ้าหน้าที่ห้องแลป เขียนน่ารักด้วยค่ะ บอกว่าขอบคุณที่ไม่บอกทุกครั้งที่ถูกถาม แต่ปล่อยให้หาคำตอบกันเองก่อน มันทำให้นิสิตได้ใช้ความพยายามมากขึ้น 

เจ้าหน้าที่แลปคนนี้มีนิสิตเขียนถึงหลาย คน นกกับนิสิตเลยเอาการ์ดมาผูกโบว์และนกบอกให้นิสิตเอาไปแอบตั้งไว้ก่อนเค้าจะ มาที่โต๊ะสำนักงาน พร้อมทั้งวางนมไว้ 1 กล่องเพื่อแสดงความใส่ใจให้เค้าดูแลสุขภาพด้วยการดื่มนม เจ้าหน้าที่จะได้ surprise ที่ได้ทั้งคำขอบคุณและนม(เพื่อสุขภาพ:)  

พวกเราคิดกันว่าเป็นไปรษณีย์สื่อรัก ส่งความสุขให้กับบุคลากรในมหาลัยค่ะ ;)

--หนังเรื่อง Tuesday with Morries ก็น่าดูค่ะ แต่เรื่องนี้นิสิตที่เป็นเอกอื่นๆ(ไม่ใช่เอกอังกฤษ) ไม่ค่อยจะได้อ่านค่ะ เลยเกรงว่าเค้าจะไม่ซาบซึ้งสักเท่าไหร่ เรื่องนี้เป็นเรื่องโปรดอีกเล่มของนกค่ะ หยิบมาเปิดคำคมจากเรื่องอ่านได้บ่อยๆ 

นก 

-------------
ขอบคุณค่ะอาจารย์นก

พี่เปิดเครื่องมาแต่เช้าได้อ่านเรื่องดี ๆ แล้วรู้สึกว่าวันนี้ต้องเป็นวันที่ดีมาก ๆ อีกวันแน่ ๆ แค่อ่านเฉย ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องดัวยยังมีความสุขเลยค่ะ

เดี๋ยวพี่ต้องเข้าไปดูคอร์สที่แนะนำสักหน่อย ช่วงนี้คิดว่าต้องสร้างวินัยให้ชีวิตนิดนึง ไม่ไหว ๆ 

พี่โทรไปที่มูลนิธิฯ ราชสุดาตามที่อาจารย์นกส่งมา ปรากฏว่าปีนี้เขาปิดรับอาสาสมัครแล้วค่ะ พอดีคุยกับพี่ทิพย์เลยรู้ว่าผู้อำนวยการสถาบัน (ไม่ใช่มูลนิธิ) เป็นศิษย์เก่าฟุลไบรท์ เดี๋ยวว่าจะโทรไปปรึกษาสักหน่อย เผื่อสร้างโปรเจคใหม่! 

สุขสันต์์วันศุกร์นะคะ พักผ่อนเยอะ ๆ 

พี่ปูน


----------------------------

จดหมายถึงพี่ปูน ฟุลไบรท์: ว่าด้วยเรื่องการอ่าน ฉบับที่ 1


สวัสดีค่ะพี่ปูน

นกส่งข้อมูลประกาศหาคนอ่านหนังสือเสียงมาให้ค่ะ เพราะเห็นประกาศนี้มีทั้งอ่านภาษาไทยกับ ภาษาต่างประเทศ เผื่อว่าอาสาฯต่างชาติจะได้อ่านด้วยค่ะ
ช่วงนี้โครงการส่งเสริมการอ่านของนก เปลี่ยนการอ่านมาเป็นการดูหนังค่ะ "วรรณกรรมผ่านแผ่น ฟิล์ม" เรื่องแรกของโครงการคือ "ความสุขของกะทิ"
(จัดวันพุธ 21/1/58) หลังจากดูหนังก็มีรางวัลและของที่ ระลึกเล็กๆน้อยๆแจกคนที่ตอบคำถามและ แสดง ความคิดเห็นค่ะ

สอบถามนิสิตว่าอยากดูเรื่องอะไรต่อเดือนหน้า มีคนเสนอ "แมงมุมเพื่อนรัก" ค่ะ ตอนแรกนกนึกถึงเรื่องคู่กรรม ข้างหลังภาพ ผู้พิพากษา เอาไว้ พอนิสิตเสนอเรื่องนี้ เปลี่ยนใจเลยค่ะ เพราะเป็น หนังสือที่หลายคนได้อ่าน (มากกว่าความสุขของกะทิอีกค่ะ) และตัวหนังก็ทำได้น่ารัก ซาบซึ้งมากค่ะ

พร้อมกันนั้นเพื่อให้นิสิตได้นึกถึงความสุข (โยงจากเรื่องความสุขของกะทิ) ก็ต่อด้วยการส่งข้อ ความดีๆไปมอบความสุขให้ผู้อื่นต่อด้วยการเขียน thank you note โดยเชิญชวนนิสิตให้เขียนถึง คนที่เป็นคนตัวเล็กตัวน้อยที่อาจจะถูกมองข้าม ความสำคัญไปเช่น พี่แม่บ้าน ลุงยาม เจ้าหน้าที่ใน มหาลัย

หลายคนเขียนได้น่ารักค่ะ เมื่อพวกเค้าพยายามนึกถึงแง่มุมที่ ได้รับจากบุคคลเหล่านี้ เช่น ขอบคุณ ลุงยามคณะมนุษย์ฯที่ช่วยขยับรถมอเตอร์ไซค์ที่ไม่เป็นระเบียบให้ และทักทายนิสิตเสมอ หรือพี่แม่บ้านที่นำลูกชายอ้วนๆมาทำงานด้วย ที่ช่างยิ้มแย้มและทำความ สะอาดห้องน้ำให้น่าใช้อยู่เสมอ (ดู วิธีคิดของนิสิตแล้วพวกเค้ารู้นะคะว่าพวกเค้าได้รับความสะดวกเพราะบุคคล เหล่านี้ และหลายคน สำนึกถึงความสะดวกสบายที่ตนเองได้รับ อ่านแล้วก็ยิ้มค่ะ)

นกปิดท้ายโครงการด้วยการขอ FB ของนิสิตและแจ้งพวกเค้าว่าจะท้าทายการอ่านกับพวกเค้าค่ะ โดยผ่านทาง FB กลุ่ม ดูทุกคนกระตือรือร้นที่จะอ่านหนังสือ กันต่อค่ะ


เล่าให้พี่ปูนฟังเท่านี้ก่อนนะคะ

ด้วยความระลึกถึง
นก
--------------------------
ขอบคุณค่ะอาจารย์นก

พี่เปิดเครื่องมาแต่เช้าได้อ่านเรื่องดี ๆ แล้วรู้สึกว่าวันนี้ต้องเป็นวันที่ดีมาก ๆ อีกวันแน่ ๆ แค่อ่านเฉย ๆ 
ไม่ได้เกี่ยวข้องดัวยยังมีความสุขเลยค่ะ

เดี๋ยวพี่ต้องเข้าไปดูคอร์สที่แนะนำสักหน่อย ช่วงนี้คิดว่าต้องสร้างวินัยให้ชีวิตนิดนึง ไม่ไหว ๆ 

พี่โทรไปที่มูลนิธิฯ ราชสุดาตามที่อาจารย์นกส่งมา ปรากฏว่าปีนี้เขาปิดรับอาสาสมัครแล้วค่ะ พอดีคุยกับพี่ทิพย์เลยรู้ว่าผู้อำนวยการสถาบัน (ไม่ใช่มูลนิธิ) เป็นศิษย์เก่าฟุลไบรท์ เดี๋ยวว่าจะโทรไปปรึกษาสักหน่อย เผื่อสร้างโปรเจคใหม่! 

สุขสันตว์วันศุกร์นะคะ พักผ่อนเยอะ ๆ 

พี่ปูน

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558

เอ๋อวันเปิดเทอม

ๅ12 มค. 58


เปิดเทอมวันแรกทำไมเราขี้ลืมแบบนี้ (หรือดมกลิ่นอึแมวทุกวันมากเกินไป เลยเบลอ) เราออกมาขึ้นรถหน้ามหาลัยกลับบ้าน เปิดกระเป๋าหยิบหนังสือจะเอามาอ่าน อ๊ะ ไม่เจอกระเป๋าเงิน (ตอนนั้นมาได้ครึ่งทางแล้ว) แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าเปลี่ยนกระเป๋า แล้วกระเป๋าใบนี้มีแค่หนังสือกับโทรศัพท์
อ๊ากกกก...ควานเงินทั่วกระเป๋า ได้มา 4 บาท! 


เลยรีบลงรถที่ห้าแยกน้ำกระจาย (รถสองแถวจะจอดรอผู้โดยสารตรงนี้) ไปบอกคนขับรถว่าลืมกระเป๋าเงิน และมีเงินจ่ายแค่ 4 B. (จริงๆแล้ว 15 B.)
ขอไปลงที่เกาะยอได้มั๊ย 


คนขับรถมองหน้า(รวมทั้งคนที่นั่งด้านหน้าอีก 4 คน)อย่างงงๆ และยิ้มบอกว่าไม่เป็นไร เราเลยไหว้งามๆแทบอก (เอ๊ย ม่ายช่าย) กล่าวขอบคุณและกลับมานั่งที่เดิม
โล่งอก กลับถึงบ้านได้แล้ว


ณ จุดๆนี้ ไม่อายแล้ว

--------------------
หมายเหตุ: สงสัยจะดีใจเทอมนี้ได้สอนน้อย แค่ 6 คาบ (วิชา Academic Reading จำนวนสองกลุ่ม) แต่เราก็จะยังช่วยสอนวิชาอังกฤษ 2: Pioneer ไปจนกว่าน้องที่สมัครเป็นอาจารย์คนล่าสุดจะมาในวันที่ 26/1/58 ไปพลางๆก่อน

วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558

E-Teacher Scholarship Training: Memory


เรื่องดีๆอีกอย่างของวันนี้นอกจากการได้ไปทำตัวเป็นเด็ก ดูหนัง Stand By Me ที่โรงหนังใหม่แล้ว ช่วงบ่ายได้คุยกับน้องขวัญจิต ซึ่งโทรมาสอบถามเรื่องทุน E-Teacher Scholarship Training โดยเธอทิ้งข้อความไว้ใน LINE ว่า "พี่นกคะ หนูสมัครทุน ...ไป เพิ่งสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ไปเมื่อกี๊ เค้าชมพี่นกใหญ่เลยค่ะ"

อิๆ ยิ้มแก้มปริและอารมณ์ดีมั่กๆเมื่อโดนชม เมื่อได้โทรคุยกับขวัญหลังจากนั้น ขวัญบอกว่าตอนสัมภาษณ์ ประโยคแรกที่ทางผู้สัมภาษณ์ถามเมื่อรู้ว่าขวัญเคยทำงานที่มหาลัยทักษิณ คือ
รู้จักอาจารย์ดิญะพร nokdiya มั๊ย เธอทำคะแนนได้สูงมาก และนี่ทำให้ผู้สัมภาษณ์อยากสัมภาษณ์ขวัญเป็นคนแรกๆ

ดีใจที่การถากถางทางไว้ดี และการทำหน้าที่ของตนเองเต็มที่ตอนเรียน Critical Thinking in Lang. Learning & Teaching จนได้คะแนน 90/100 ทำให้ขวัญได้รับการสอบสัมภาษณ์เป็นอันดับต้นๆ ซึ่งเราว่าเธอต้องได้ทุนเรียนออนไลน์จาก U. of Oregon แน่ๆ

ตอนเรียนคอร์สนี้มันสนุกมาก ตรงที่ได้บังคับตัวเองให้มีระเบียบวินัยกับการอ่านหนังสือในคอร์สนี้และตั้งใจทำการบ้านที่มีให้ทำทุกสัปดาห์ รวมถึงยังได้รู้จักจากเพื่อนทั้งจากเวียดนาม ไต้หวัน บราซิล คอสตาริก้า ซีเรีย ซึ่งจนตอนนี้เราก็ยังติดต่อกันอยู่หลายคน เช่น Denise (Costa Rica), Wael ( Syria), Sing-Yu (Taiwan), Gabriel (...)

เราเคยสอบถามไปทางสถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทยว่าสามารถลงเรียนคอร์สอื่นๆได้มั๊ย คำตอบคือไม่ได้ ซึ่งก็ไม่เป็นไรเพราะควรเป็นโอกาสของคนอื่นบ้างที่จะได้เรียนคอร์สดีๆจากอเมริกาแบบนี้เพื่อพัฒนาตนเองและอาชีพ

เราบอกน้องๆหลายคนให้สมัครทุนนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเอง ซึ่งน้องๆหลายคนดูจะสนใจ แต่ก็ไม่เห็นมีใครสมัคร น้องขวัญเราก็เคยบอกเธอตั้งแต่ตอนรู้จักกันใหม่ๆ แต่เธอเพิ่งจะได้สมัครเมื่อ 1 ปีผ่านไป

เป็นข่าว surprise ของตัวเองประจำวันนี้ ฮี่ๆ ดีใจที่เจ้าหน้าที่สถานทูตอเมริกา จำเราได้ และจำในแง่ที่เราเรียนดี ฮ่าๆ ปลื้มใจ