วันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

The Series: 2 years of experiences in HUSO, TSU (Amir)





Hiiiiiiii ผมอามีร นิสิตหลักสูตรศศ.บ.ภาษาอังกฤษ เมื่อพูดถึงชีวิตระหว่างเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย หลายๆคนก็มีจุดมุ่งหมายและการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน เริ่มแรกตอนจบม.6 ผมไม่เคยคิดจะต่อด้านภาษาเลยเพราะผมชอบวิทยาศาสตร์แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นโชคชะตาก็กำหนดไว้ว่าภาษาคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผม ตอนเข้ามาอยู่ในมหาลัยแรกๆนะกลัวมาก(ก.ไก่ล้านตัว) เพราะเรามาอยู่ในสังคมใหม่และที่สำคัญคือการเรียนในด้านทีทเราไม่ได้ถนัดมากมายนั้นก็คือภาษาอังกฤษ
วันแรกของการเรียนการสอน(จำวันที่และเดือนไม่ได้มันนานแล้ว55555) ผมบอกกับตัวเองว่าฉันต้องได้ดี(ไม่ใช่เกรดDน่ะ) ประสบความสำเร็จและจบที่นี่ด้วยประสบการณ์ที่หลากหลาย

ดังนั้นสิ่งที่ผมทำคือ
1- ตั้งใจเรียนเท่าที่ตัวเองจะทำได้ 2- ต้องไม่ปิดโอกาสตัวเอง(อันนี้สำคัญมากกกก) ระบบการเรียนของมหาวิทยาลัยแตกต่างจากมัธยมเพราะไม่ได้เรียนเช้าและเสร็จเย็นทุกวัน(แต่เสร็จคำ่ฮ่าๆๆๆๆๆ) ที่ชอบสุดคือการมีพี่รหัส,พี่เทคและพี่ปู่ย่าตายายต่างๆ ซึ่งผมชอบมากเวลาได้กินของฟรี! แต่ที่สำคัญคือผมสามารถปรึกษาหรือระบายกับพี่เขาได้เวลาเราไม่สบายใจ (อ.ที่ปรึกษาก็ไประบายได้นะแต่ผมเชื่อว่าหลายๆคนไม่ค่อยกล้า55555) และกิจกรรมในเอกและอื่นๆนิชอบมากๆๆเพราะเราจะได้รู้จักพี่เพิ่มและสนิทกันมากขึ้น
เวลาเรียนในห้องผมจะพยายามตอบอาจารย์ทุกคำถามไม่ว่าจะตอบถูกหรือไม่ก็ตามเพราะผมเชื่อว่ามันจะช่วยพัฒนาเราทางอ้อมซึ่งมันช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองเป็นอย่างมาก(พื้นเพก็เป็นคนมั่นใจอยู่แล้ว55555) เอาจริงๆหลายๆคนมองข้ามเรื่องแบบนี้นะแต่มันช่วยได้เยอะเลยทีเดียวเชียว เช่นตอนผมไปแลกเปลี่ยนผมต้องแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้เข้าร่วมซึ่งมันช่วยได้เยอะจริงๆแกร!
ในส่วนของกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ(ที่จริงจะเอาไปใส่ในเรซูเม่5555) ผมก็พยายามทำงานที่หลากหลายนะ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมภายในคณะ มหาวิทยาลัย หรือองค์กรภายนอก เช่น



- International buddy program - แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่อินโดนีเชีย(อันนี้ลอบมากกกกกก555) - เป็น volunteer ทำงานต่างๆ - นักกีฬา (วอลเลย์บอลเพราะเล่นตั้งแต่เด็กๆ) - กองสันทนาการ - สมาชิกองค์การนิสิต - สมาชิกชมรมมุสลิม - IMT-GT program (อันนี้จะไปต้นเดือนหน้า ณ Medan, Indonesia) - stuff NJ spelling competition - ผู้ประสานงานกีฬาไทย-มาเลเซีย - ผู้ประสานงานการแข่งขันโอลิมปิกดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ระดับนานาชาติ (อันนั้ล่าสุดเลยเพราะพึ่งประกาสผลเมื่อเดือนที่แล้วดีใจมากกกกก) เป็นต้น
#ผมพยายามเลือกกิจกรรมที่ต้องใช้ภาษาเพราะจะได้พัฒนาทักษะภาษาตัวเองไปด้วย(ดูดี้ดูดี้)

กิจกรรมทั้งหมดที่ทำมันสอนให้ผมรู้จักที่จะใช้ชีวิตและเรียนรู้ถึงความหลากหลายของมนุษย์บนโลก อีกทั้งยังทำให้ผมเติบโตมากขึ้นในทุกๆวัน

#กิจกรรมจะทำให้เราเติบโตอย่างเข้มแข็ง

วันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ฉงชิ่ง: จากมุมที่มองเห็น (transport)




เพราะความสวยและความร้อนไม่เข้าใครออกใคร
รถที่นี่น่าจะทำความเร็วได้ไม่มากนัก เนื่องจากมีร่มรั้งเอาไว้ นอกจากร่มแล้ว บางคันมีผ้าลักษณะเหมือนผ้าห่มที่เอามือสวมเข้าไปได้ด้วย (ส่วนผ้าที่เหลือก็จะคลุมขา) หากเป็นที่ญี่ปุ่นรถแบบนี้จะถือว่าผิดกฎ เนื่องจากติดตั้งอุปกรณ์เกินได้รับอนุญาต
และจากการสังเกตมาหลายวัน คนที่นี่ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ค่อยสวมหมวกกันน๊อค ไม่รู้เพราะกฎหมายไม่เคร่งครัดหรือเปล่า (ช่างเหมือนเมืองไทยยิ่งนัก ไม่ค่อยสวมหมวกกันน๊อค เวลาชาวต่างชาติมาเที่ยว สิ่งแรกที่ถามคือ "ไม่สวมหมวกกันน๊อคก็ได้เหรอ" เอิ่ม จะตอบเยี่ยงไร

เมื่อชาวต่างชาติเริ่มเห็นการซ้อน 3 ซ้อน 4 คำถามเหล่านี้ก็เริ่มหมดไป 55 Thailand ONLY

28.6.2560

วันอังคารที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560

อาจารย์ไทยในสายตานิสิตจีน (ทับทิม)







ตอนนี้ฉันมาเมืองไทย 8 เดือนแล้ว ถ้าถามฉันว่าใครเป็นคนที่ประทับใจที่สุด คำตอบก็คืออาจารย์ทุกคนที่สอนภาษาไทยให้พวกเรานั้นเอง แต่ถ้าห้ามพูดถึงอาจารย์ที่สอนภาษาไทยให้พวกเรา ก็มีคนอื่นหลายคนที่ฉันประทับใจ เฉพาะอาจารย์นก กิ๊ป โบ่โบ๊และเหมี่ยว





อ.นกเป็นอาจารย์สาขาภาษาอังกฤษ อ.นกไม่ใช่อาจารย์ที่สอนหนังสือให้พวกเรา แต่เราเรียนรู้บางอย่างที่ในชั้นเรียนเรียนไม่ได้จากอาจารย์นก อ.นกเป็นคนใจดี เขาพาฉันและเพื่อนๆไปเที่ยว พาพวกเราไปเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เมื่อวันหยุดยาว อ.นกพาพวกเราไปเที่ยวบ้านอาจารย์ อ.นกพาพวกเราไปปีนภูเขา แล้วช่วยยืมจักรยานจากข้างบ้านให้พวกเราคนละหนึ่งคัน แล้วก็ขี่จักรยานไปเรื่อยๆ ชมวิวสวยงาม ทันใดนั้นฝนตก พวกเรารีบกลับบ้านอ.นก แม้ว่าไม่ได้เที่ยวต่อแต่นั่งเล่นเกมกันกับอ.นกก็สนุกมาก เหมือนเที่ยวอยู่บ้านเพื่อน







อ.นกพาเราไปเข้าร่วมค่ายของนิสิตวิชาเอกภาษาอังกฤษ มีชาวต่างชาติหลายคนด้วย พวกเราไปตรังด้วยกัน เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆด้วยกัน สนุกมาก พอดีว่าไปตรัง 3 วันนั้น มันเป็นช่วงวันตรุษจีน แม้ว่าเราไม่ได้กลับบ้าน แต่ได้เข้าร่วมค่ายสนุกๆอย่างนี้ ความคิดถึงบ้านก็หายไปแล้ว

ฉันอยากขอบคุณอาจารย์นกจริงๆ ที่ให้โอกาสต่างๆเราสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต...


จริงๆแล้วฉันยังอยากพูดถึงหลายคน ถ้าฉันกลับเมืองจีนแล้ว ฉันจะคิดถึงอาจารย์ เพื่อน แม่ค้าที่โรงอาหาร และแม่บ้านหอพักทุกคนเลยค่ะ





-----------------

วันพุธที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560

มหกรรม มหากาพย์ดอกไม้จันทน์



ใครๆก็ร่วมใจทำดอกไม้จันทน์


นอกจากทำกันในคณะมนุษยศาสตร์ฯ ม.ทักษิณ ทุกวันศ. 15.00 - 17.00 น.แล้ว
หน้ามหาวิทยาลัย ที่สนง.เทศบาลเขารูปช้าง เย็นวันพุธ ตั้งแต่ 16.00 น. ณ ลานเพลินถนนคนเดิน ก็มีการสอนทำดอกดารารัตน์ด้วย (เมื่อวานเรานั่งตุ๊กๆเพื่อจะไปกงสุลจีน เห็นป้ายเชิญชวนแปะอยู่เป็นระยะๆ เลยคิดว่าต้องหาทางไป อิๆ น่าจะได้ทำดอกดารารัตน์*สักที) 



เราชวนนิสิตเอกจีน ปี 2 "ต้อง" ไปร่วมเรียนรู้ด้วยกัน เพื่อช่วงเปิดเทอมจะได้เป็น "แม่ไก่" สอน "ลูกไก่"อื่นๆ ช่วยๆกันทำเพื่อใช้ในเดือนตค.ในงานพระราชพิธีศพในหลวง (น่าจะราวๆ 13 ตค.60)

เพิ่งอ่านจาก FB รู้ว่าเป็นวันเกิดของ "ต้อง" (ว่าที่แม่ไก่) นับว่าวันนี้เธอได้เรียนรู้เพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่ก้าวออกจากขอบรั้วมหาลัย เพื่อมาหาประสบการณ์ภายนอก & เห็นความเป็นไปในสังคมแล้ว

Keep exploring.


**ตอนนี้ประเทศไทย ทุกจังหวัดกำลังรณรงค์การทำดอกไม้จันทน์ 36 แบบ ! เยอะแบบมากๆ จนหาทำตามไม่ทัน เราได้ทำแบบกุหลาบไปแล้ว และเรียนรู้การทำรวมดารารัตน์ ก็เป็น 4 แบบแล้วนะ (แฮ่กๆ เมื่อไหร่จะถึง 36 แบบ) 

***สนง.วัฒนธรรมสงขลา เป็นที่แรกที่เราได้ไปเรียนรู้ ซึ่งที่นี่จัดทุกวันพ. ระยะเวลา 2 เดือน เพิ่งจบโครงการไปเมื่อ 31/5/60 นอกจากนั้นที่เรารู้มา Central Fest หาดใหญ่ ก็มีสถานที่ให้ประชาชนไปนั่งทำดอกไม้จันทน์ 

*** มหาวิทยาลัย โดยฝ่ายบุคคลก็เปิดพื้นที่ห้องประชุมทองหลาง 2  (เวลา 1-5 pm.) ให้มานั่งทำดอกไม้จันทน์ร่วมกัน โดยมีป้าศรี (แม่อ้อม)เป็นผู้สอน ไว้วันศ.นี้เราจะไปหัดทำด้วย เมื่อวานได้แค่ 2 ดอก เพราะต้องรีบกลับบ้านก่อน 6 โมงครึ่ง 

ปีนี้นับเป็นปีแห่งดอกไม้จันทน์จริงๆ สิ่งที่พวกเราพอจะทำได้เพื่อพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย 

8/6/60

วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

สี่คนที่ทำให้ฉันประทับใจ: เพทาย




คนอาจจะคิดว่าคนที่แรกฉันจะเขียนคืออาจารย์ของฉัน แต่คุณคงคิดผิด
คนที่แรกที่ฉันอยากจะเขียนคืออ.ชาวต่างชาติ คือ อ.Joseph 





อ.มาจากประเทศอเมริกา เขาสอนภาษาอังกฤษให้นักเรียนที่เรีนยวิชาเอกภาษาอังกฤษ อ.มีรูปร่างสูงและผอม ในมหาวิทยาลัยเราคนตะวันตกมีไม่กี่คน ดังนั้นอ. Joseph เป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก อ. Joseph ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจ ไม่เพียงเพราะว่าเขาเป็นอ.ฝรั่งเท่านั้น แต่เพราะว่าเขาเป็นอาจารย์คนหนึ่งที่ตั้งใจสอนนร.และเสียสละตัวเองเพื่อการศึกษา ก่อนที่จะรู้จักเขา ฉันคิดว่าเขาเป็นคนไม่ค่อยชอบพูดกับคนอื่น แต่จริงๆแล้ว เขาเป็นคนดีมากและใส่ใจนร.มาก เวลาสอนหนังสือก็ตั้งใจสอน นอกจากนี้ในบางครั้งเขายังเป็นคนที่น่ารักมาก


คนที่สองที่ทำให้ฉันประทับใจคือ อ.นก
 ครั้งแรกที่เราเจอกันอยู่หน้าตึกคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เขาบอกเราว่ากลางคืนจะมีปาร์ตี้ ไปดูได้นะ สนุกสนานมาก เขายิ้มอย่างกระตือรือร้น หลังจากนั้น ทุกครั้งเราได้เจอเขา เขาก็มีข่าวที่เกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆนานามาบอกและเชิญพวกเราเข้าร่วมด้วย ตอนวันปีใหญ่ เขายังเชิญเราไปเที่ยวบ้านเขา เราขี่จักรยานไปตามริมถนนด้วยกัน ไปเยี่ยมเด็กๆที่ไม่มีพ่อแม่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่อยู่หาดใหญ่ ประสบการณ์ครั้งหนึ่งที่ประทับใจที่สุดคือไปเที่ยวจังหวัดตรังกับนักเรียนของวิชาเอกภาษาอังกฤษ เราจึงพูดล้อเล่นว่า เราเปลี่ยนวิชาเอกแล้วหรือเปล่า



วันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

มรกต & อ. นก





อ.นกเป็นคนที่ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจ อาจารย์นกเป็นคนที่ใจดีและชอบเข้าร่วมกิจกรรมด้วย เขาสอนภาษาอังกฤษ พอพวกเรารู้จักกันไม่นาน อ.นกก็ชวนพวกเราไปเที่ยวบ้านของเขาอยู่เกาะยอ ก่อนที่จะไปเที่ยว อ.บอกให้พวกเรารู้ว่าจะทำอาหารไทยเลี้ยงพวกเรา พวกเราก็ทำอาหารจีนเลี้ยงอาจารย์นกด้วย แต่ถึงวันนี้นพวกเราทำก๋วยเตี๋ยวจีน และอ.ไม่ทำอาหารแล้ว เพราะว่าคนไทยไม่มีนิสัยกินข้าวกับกินก๋วยเตี๋ยวรวมกัน ซึ่งเรากินก๋วยเตี๋ยวจีนอย่างเดียวตอนเที่ยง นี้ทำให้ฉันรู้สึกว่าอาจารย์เป็นคนตามเพศและสนุก แล้วหลังจากพวกเรากินเสร็จ อ.ชวนพวกเราไปขี่จักรยานไปเที่ยวตามถนนที่ติดริมทะเล ขี่จักรยานออกไปไม่ไกล ฝนจะตก อ.นกเรียกเรากลับเร็วๆ แต่ระหว่างเวลากลับบ้านของอาจารย์ ฝนเริ่มตกและยิ่งตกยิ่งหนัก แถวนี้ก็ไม่มีที่ให้หลบฝน ซึ่งขี่ตากฝนจนเปียกเฉอะแฉะ ถึงบ้านอาจารย์นกแล้วจึงเปลี่ยนเสื้อผ้า กินขนมที่อาจารย์หอมมาก แล้วเพื่อนๆเล่นหมากกับอ.นก ฉันกับเพทายอ่านหนังสือของอ. ไม่นานก็นอนอยู่โซฟาอ่านหนังสือ ฝนตกอยู่ ในหัวใจฉันรู้สึกสงบ เพราะอ.นกเป็นคนง่ายๆ เราจึงได้ความสุขแบบนี้แหละ ทำอะไรก็ได้ตามใจ ระหว่างพวกเรากับอ.นกเหมือนกับเพื่อนๆ

นอกจากนี้ อ.ก็ชวนเราเป็นอาสาสมัครและเข้าร่วมกิจกรรมของเอกอังกฤษด้วย ซึ่งอ.นกเป็นคนใจดีจริงๆ ฉันก็ขอบคุณเขามาก





มรกต
นิสิตชาวจีน ปี 2559-2560

วิถีพัทลุง: เมื่อเรียนรู้ความมั่นคงทางอาหารกับชาวต่างชาติ








Never stop learning: เพราะทุกวันคือการเรียนรู้
หลายครั้งที่เราเลือกเดินทางไกล ออกจาก comfort zone ของตนเอง ไปเรียนรู้โลกและวัฒนธรรมของชาติอื่นๆ แต่จริงๆแล้วแค่การเป็นล่ามให้กับชาวต่างชาติ เรียนรู้จากคำถาม ความคิดของพวกเค้า ก็ราวกับว่าเราได้ท่องโลกไปกับเค้าด้วย


ประหลาดใจทุกครั้งที่เห็นชาวต่างชาติตื่นเต้นและชื่นชมกับวัฒนธรรมไทยในชนบท วัฒนธรรมหรือวิถีท้องถิ่นที่คนไทยหลายคนละเลยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องควายน้ำ การยกยอ การขึ้นตาลโตนด ทำน้ำตาลแว่น



เสน่ห์ประเทศไทยคงอยู่ตรงนี้ล่ะ ตรงวิถีกับน้ำใจไทยๆ ลุงป้าตายาย host family ชาวพัทลุง ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่กลับแสดงน้ำใจซะจนชาวต่างชาติปลื้มปริ่ม ทั้งทำอาหารอร่อยๆเกินราคาค่าหัวให้ทาน





รอยยิ้มซื่อๆของลุงป้า ตายาย จะเป็นสิ่งที่ชาวต่างชาติ (นิสิตป.โทจากประเทศอิตาลี 24 คน) นำกลับไปเล่าต่อเมื่อกลับประเทศ;)

ขอบใจโบ๊ต เมล และ Kotchy เอกอังกฤษ ที่ร่วมเรียนรู้และทำงานแข็งขันไปด้วยกัน
2-6.5.17