วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2559

KL Experience 2016: Boss




จากการที่ได้ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆที่ประเทศมาเลเซีย ผมก็ได้เห็นสังคมที่กว้างขึ้น เช่นผมอยู่ที่สถานีรถไฟต่างคนต่างรีบเดินไปมา ต่างคนก็มีหน้าที่ 

ทริปเที่ยวครั้งนี้ผมได้รู้ครับว่าสังคมทุกคนล้วนแข่งขันกันเช่นในกรุงKLที่ผมได้ไปสัมผัสมันเป็นประสบการณ์การเดินทางที่คุ้มค่ามากครับแถมค่าใช้จ่ายยังถูกอีกเพราะอาจารย์ช่วยกันหาให้ราคาถูกแต่สำหรับผมถือว่าเหมือนโรงแรมระดับดีในบ้านเราเลยครับและการเที่ยวแบบ bag packer ครั้งนี้คุ้มค่ามากครับและผมก็ไม่เคยทำมาก่อนทำให้เป็นทางเลือกใหม่เวลาจะเที่ยวครั้งหน้าผมชอบมากครับและเพื่อนๆพี่ๆที่ร่วมเดินทางก็น่ารักและเป็นมิตรมากครับรวมถึงอาจารย์ด้วยครับ
-
สิ่งที่ผมประทับใจก็คือการได้พูดคุยกับชาวต่างชาติตามที่อาจารย์ได้มอบหมายเพราะชาวต่างชาติที่เป็นคนยุโรปค่อนข้างเฟรนลี่มากครับประทับใจแหล่งท่องเที่ยวต่างๆและร้านอาหารที่มีในบ้านเราเช่น kfc แม็กโดนัล มันจะราคาถูกกว่าครับ ประทับใจความมีน้ำใจของเพื่อนๆพี่ๆประทับใจการนั่งรถไฟที่นิ่งมากครับและเหมือนมันขับถอยหลัง แถมยังมีwifi ให้เล่นและประทับใจแอร์โฮสเตสครับ^^

-
สำหรับกิจกรรมที่นั่นอาจารย์ก็ได้ให้ทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อผมมากคือให้ไปสอบถามนักท่องเที่ยวทำให้ผมกล้าแสดงออกและได้ฟังสำเนียงของประเทศต่างๆมีชาวเยอรมันคนนึงผมถามว่าเขาพูดอังกฤษได้ไหมเขาตอบว่าไม่ค่อยได้พูดเป็นนิดเดียวแต่พอคุยไปผมว่าภาษาอังกฤษของผมยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของเขาเลยครับ จึงทำให้ผมคิดเลยว่าขนาดคนที่เขาคิดว่าตัวเองต้องพัฒนาขึ้นอีกเพราะไม่เก่งเขายังได้ขนาดนี้แล้วเราคงต้องรีบปรับตัวเองได้แล้วล่ะครับ. และมีอีกกิจกรรมหนึ่งที่ผมชอบมากคือกิจกรรมที่ปล่อยให้ นศ. เดินทางไปที่ต่างๆโดยใช้แค่แผนที่แผ่นเดียว(กับสตางค์ที่มีอยู่)มันช่วยชีวิตเราจริงๆครับเพราะในอนาคตเราอาจต้องไปในที่ๆไม่รู้จักอะไรเลยมันทำให้เรากล้าถามทางคนแปลกหน้ากล้าเดินไปเรื่อยๆถึงแม้ไม่รู้ว่าจะหลงรึป่าว
-
สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณอาจารย์นกและอาจารย์ธรมากครับและผมอยากให้มีกิจกรรมที่ดีแบบนี้ให้เด็กรุ่นต่อไปครับ




My KL Experience: 12-15/3/16 ( Fi & Nut)



จากการเดินทางไป backpack ที่ประเทศมาเลเซียในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ที่สุดที่สำหรับตัวผมที่จะได้รับประสบการณ์ในการเดินทาง ซึ้งถึงแม้ว่าการเดินทางไปที่นั้นถือว่าหลายครั้งแล้วสำหรับผมแต่การไปในครั้งนี้มันมีความแตกต่างกับการไปครั้งก่อนๆเป็นอย่างมาก เพราะการไปในครั้งนี้ ทำไห้ผมได้รับสิ่งใหม่ๆเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นครั้งเเรกสำหรับตัวผมที่ได้นั่งเครื่องบิน
                ในการเดินทางในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ได้รับความสนุกสนานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ผมสามารถที่จะได้ประสบการณ์ใหม่ๆอีกมากมาย เพราะการเดินทางในครั้งนี้ ผมจะต้องพึ่งพาด้วยตนเอง ซึ่งนี้ทำให้ผมได้มีความอดทนและมีทักษะการแก้ไขปัญหาได้ และที่สำคัญ มันทำให้ผมสามารถที่จะใช้ทักษะทางด้านการพูดมาปรับใช้กับสถานการณ์ที่แท้จริง เพื่อจะพัฒนาให้ดีขึ้นไปกว่าเดิม เช่นการใช้ภาษาในการถามราคา การถามเส้นทาง ซึ่งต้องมีการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษและภาษามลายู และทำให้ผมมีความรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้อีกสึ่งหนึ่งเช่นเดียวกันที่ผมได้รับ นั่นคือ ความรู้ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่ง การที่ผมได้ไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่างๆใน KL นั้น ทำไห้ผมสามารถที่จะเรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาของสถานที่ต่างๆเหล่านั้นในประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ และ ศาสนา แต่สามารถอยู่รวมกันได้อย่างสงบสุขได้
                สุดท้ายนี้ ผมก็ต้องขอบคุณอ.นกและอ.ธร เป็นอย่างมากที่ได้จัดโครงการนี้เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งหาที่ยากมากและเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากเพราะสามารถทำไห้นิสิตหรือตัวผมเองได้เรียนรู้กับสิ่งใหม่ที่ไม่มีในตำราเรียนและในห้องเรียน และยังทำให้เห็นถึงโลกกว้าง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ในการหาประการณ์ใหม่ๆอีกครั้งในโอกาสหน้า
                                                                                                                       ฟี่ 581011***





จากการได้ทัศนศึกษาที่ประเทศมาเลเซีย รัฐกัวลาลัมเปอร์ ผมได้รับประสบการณ์มากมาย ทั้งเป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก การใช้ชิวิต เอาตัวรอดในการอยู่ด้วยตัวเอง ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร การปรับตัวเองให้เข้ากับคนในพื้นที่และรักษากฎระเบียบของประเทศ และที่ขาดไม่ได้คือสร้างความมั่นใจในตัวเอง ทริปไม่ได้แค่ไปเที่ยวอย่างเดียว แต่ไปศึกษาวัฒนธรรม ศาสนา ในรัฐKLซึ่งที่นั้นมีความหลากหลายทางศาสนามาก ทั้ง ฮินดู จีน อินเดีย ฯลฯ หลังจากกลับมาผมได้มีแรงบันดาลใจในการที่จะอยากเดินทางไปหลายๆประเทศด้วยตัวเอง เพื่อไปออกไปหาประสบการณ์ที่หลากหลายของแต่ละประเทศ สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณอาจารย์นก และอาจารย์ธร ที่จัดทริปดี และสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเรา
                                                                                                               Nut 581011652
                                                                                                                

My KL Experience 2016: Kay




จากประสบการณ์ในการได้ไปประเทศมาเลเซีย ในกัวลาลัมเปอร์ นี่คือประเทศที่มีความสวยงาม มีการพัฒนาไปแล้วในทางทีดีและทันสมัยมากๆ นี่คือประเทศที่มีความหลากหลายในเชื่อชาติ ทำให้เราพบหลายสิ่งที่แตกต่างไปในมาเลเซียไปอย่างมากมาย นี่คือประเทศที่มีความสวยงามของตึกแต่ก็ไม่ได้ทำลายธรรมชาติ ต้นไม้จนหมด เค้าให้ความสำคัญกับต้นไม้มาก หลายๆสิ่งของที่นี่ติดท็อปของโลก การวางแผนผังเมืองของที่นี่ทำได้ดีมากๆ
ที่ผมชอบคือเรื่องของการคมนาคมของที่นี่

            ที่นี่มีการเดินทางที่สะดวกตรงเวลา นี่เป็นอีกประสบการณ์อีกประสบการณ์หนึ่ง ที่ให้ประโยชน์มากมายกว่าที่คิด
นี่คือการไปใช้ชีวิตจริง เราต้องทำหลายๆอย่างด้วยตัวเอง ในหลายๆสถานการณ์ มันเป็นการฝึกให้เราคิด ได้แก้ปัญหา มันบังคับให้เรากล้าหาญ มันได้ความรู้มาโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะสิ่งที่เราหวังในการไปที่นี่คือ ภาษา แต่สิ่งที่มากไปกว่านั้นคือความกล้ากับความพยายาม ที่จะต้องทำให้มันเกิดขึ้นกับตัวเรา ในการกล้าที่จะพูด ไม่อายที่จะผิด และเมื่อเราได้เห็นความพัฒนาของมาเลเซีย และคนมาเลเซียในหลายๆด้าน มันทำให้เราเห็นถึงความแตกต่าง และทำให้เรานั้นมีความคิดที่จะเร่งพัฒนาตัวเองมากขึ้น เกือบจะทุกครั้งในชีวิตประจำวันในกัวลาลัมเปอร์ ผมพยายามสื่อสารและฝึกการใช้ภาษาอยู่เสมอ บางครั้งก็มีที่ไม่เข้าใจ แต่นั้นคือสิ่งที่เราจะได้นำกลับมาเรียนรู้


           ทริปครั้งนี้เป็นทริปที่ดีมากๆสำหรับนิสิต นี่คือทริปที่ทำให้ผมได้มีความสนิทกับเพื่อนๆและพี่ๆมากขึ้นกว่าเดิม
ผมได้เรียนรู้การทำงานเป็นกลุ่ม มันทำให้ผมได้รู้ว่าการทำงานเป็นกลุ่ม หากเรามีความสามัคคีมันจะดีกว่าการทำงานคนเดียวเพียงลำพัง และงานจะออกมาได้อย่างรวดเร็วกว่า เพราะหลายๆคนได้ช่วยกันคิดและทำด้วยกัน

ผมประทับใจมากๆกับทริปครั้งนี้ มันคือการได้ค้นหาตัว มันทำให้รู้ว่าผมมีความสุขจริงๆกับการใช้ภาษาอังกฤษ มันทำให้รู้ว่าผมชอบกับการได้เดินทางแบ็คแพ็ค และนี่คือก้าวแรก คือจุดเริ่มต้น ผมมีเป้าหมายว่าหากมีเวลาที่เหมาะสมผมจะเดินทางแบบนี้อีก มันเป็นสิ่งที่ผมชอบไปแล้ว เพราะมันมักจะมีอะไรๆที่ท้าทายเราเข้ามาเสมอ และนี่คือประสบการณ์อละสิ่งที่ได้รับในการไป KL 

           กระผมขอขอบคุณอาจารย์นกและอาจารย์ธรเป็นอย่างมากที่ได้มีทริปในครั้งนี้ขึ้น และกระผมหวังว่าจะมีโครงการแบบนี้มาอีกในอนาคต

                                                                          Anurak, English major freshman, 581011*** 

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559

Once again: KL, Malaysia




12-16 มีนาคม 2559 วันดีเดย์ของการไปเยือนเมืองกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย อีกครั้งนึง

เราไปบ่อยมาก แต่จะบอกว่าหลับตาเดินได้ ก็คงไม่ใช่ มันต้องหลง(ทาง)กันสักหน่อยใช่ไหม 55

ธร นิสิต 21 คน & เรา ออกเดินทางด้วยสายการบิน Air Asia (ประมาณ 1 ชม.ก็ถึง) จากสนามบินหาดใหญ่  หากวางแผนซื้อตั๋วล่วงหน้าเป็นเดือนๆก็จะได้ตั๋วถูก  ตอนเริ่มจอง มันราคา 890 บ. แต่รอกันไปรอกันมา บวกกับ Air Asia มักมีค่าบวกๆอีกเล็กน้อย ท้ายสุดก็ได้ราคา 1300 บ.

Backpacking Trip ของครานี้ ธรก็ยังจองที่พักใกล้ๆกับโรงแรม IZUMI ซึ่งเคยพักเมื่อ 2 ปีก่อน คราวนี้พัก V'La Heritage Hotel แถวย่าน Bukit Bintang แหล่ง shopping ใกล้กับห้าง Pavilion

พักแถวนี้ข้อดีคือนิสิตเดินทางสะดวก นอกจากใกล้แหล่งช๊อปฯแล้ว ก็ยังใกล้สถานีรถไฟฟ้า AirAsia Bukit Bintang ซึ่งนั่งแค่ 5 สถานีจากสถานีชุมทางรถไฟ KL Sentral Station  ด้วยราคา RM 2.5 และเดินต่ออีก 400 ม. จากที่โฆษณาไว้ในเว็บ (ซึ่งจริงๆแล้วเราคิดว่าเดินกันเกินกว่า 400 ม.นะเนี่ย)

ราคาที่พักแบบ budget hotel อยู่ที่คืนละ 890 B. + breakfast ซึ่งก็ทำให้นิสิตประหยัดค่าข้าวเช้า (เก็บเงินไว้ shop ช๊อคโกแลต ได้หลายกล่องอยู่ อิๆ)

-----------


Such a boiling Sunday!

อากาศวันอาทิตย์ ร้อนจนจะสุก ราวกับว่าเป็น BBQ โดน grill อยู่บนเตา อุณหภูมิวันนี้ทำสถิติอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส (จะร้อนไปไหนๆ)

วันนี้พวกเราเริ่มจุดหมายแรกกันที่ปีนบันได (แฮ่กๆ) ขึ้นไปชม Batu Cave ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู

หากใครใส่กางเกงขาสั้น ก็จะมีบริการให้เช่าโสร่งในราคา RM 3 และเก็บมัดจำไว้ก่อน RM 5 เจ้าของโสร่งคงต้องการให้แน่ใจว่าจะได้โสร่งคืน 55

หลังจากเหน็ดเหนื่อยจนมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย ก็จะเห็นห้องโถงและการประกอบพิธีทางศาสนาของฮินดู มีพ่อแม่พาลูกมาโกนหัวและทาหัวด้วยขมิ้น ( คิดเอาเองว่าน่าจะเป็นผงขมิ้น ไว้คงต้องลองถาม Niru เพื่อนชาวอินเดียอีกที)

สูงขนาดนี้มีไก่คุ้ยเขี่ยหากินด้วย ! สงสัยจริงๆว่ามีคนอุ้มขึ้นมา หรือว่ามันเดินบันไดขึ้นมาเนี่ย ช่างมีความอุตสาหะซะเหลือเกิน

-----continued -----









วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2559

Book Challenge: Year 2 (ความสุขของมะลิ) กับหนังสือของแบม



Book Challenge: Year 2  (Bam & Nok)



หลังจากท้าน้องแบมให้อ่านหนังสือ 1 เล่ม น้องแบมท้ากลับ เลยเลือกหนังสือน่ารักเล่มนี้ "ความสุขของมะลิ" เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนนึงที่เลี้ยงแมวและมีความสุขกับการสังเกตพฤติกรรมของแมว ที่เลือกเรื่องนี้เพราะที่บ้านเคยเลี้ยงแมวดำ 8 ตัว ถึงมันจะซนซะเป็นส่วนใหญ่และถ่ายไม่เป็นที่ แต่เมื่อมันหายไปก็ทำให้เหงาเล็กน้อย คาดว่าตอนนี้มันคงเดินทางท่องโลกกว้างแบบแมวๆจนเพลิน เลยไม่กลับบ้านกลับช่อง

เมื่อก่อนทุกเดือนต้องหาซื้ออาหารแมวเอาไว้เลี้ยงเหมียวๆทั้งหลาย ตอนนี้ยังเหลืออยู่อีกครึ่งถุง ไว้ค่อยเอาให้แมวเร่ร่อนที่บังเอิญพลัดหลงมาเที่ยวบ้านเราดีกว่า

ความสุขจากการได้สังเกตแมวเลยจบลงแต่เพียงเท่านี้ 

------------

ส่วนนี่คือการท้าทายด้วยการอ่าน เริ่มที่น้องแบม นักอ่านการ์ตูน ลูกสาวขุ่นแม่จุ๋มเป็นคนแรก

"รับคำท้าจากพี่นกคนสวย(?) นี่คือหนังสือที่หนูประทับใจเรื่องหนึ่ง เรื่อง "ดอกไม้ ความทรงจำ และ มิตรภาพ (Anohi mita hana no name wo bokutachi ha mada shiranai)"ค่ะ "



ความประทับใจ + เนื้อเรื่องย่อ : 

ประทับใจมิตรภาพของตัวละครในเรื่องนี้ค่ะ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความเป็นเพื่อนของแต่ละคนก็ยังไม่จางหายไป 

เนื้อเรื่องย่อ : มีกลุ่มเพื่อนหกคนที่สนิทสนมกันมาก เรียกตัวเองว่า "ซุปเปอร์บัสเตอร์สันติสุข"ในสมัยก่อน ทว่าพอทุกคนขึ้นม.ปลายต่างก็แยกย้ายกันไป จนกระทั่งวันหนึ่ง'เม็มมะ' วิญญาณของหนึ่งในซุปเปอร์บัสเตอร์สันติสุข ที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก ปรากฏตัวต่อหน้าจินตันเด็กหนุ่มที่เคยเป็นหัวหน้าในกลุ่มซุปเปอร์บัสเตอร์สันติสุข เพื่อขอร้องให้ทำคำปราถนาของหล่อนให้เป็นจริงเพื่อให้เธอไปสู่สุขติ โดยต้องเรียกเพื่อนสมัยเด็กทุกคนมารวมตัวกัน อีกครั้งในหน้าร้อน 


Book Challenge: Year 2 (ผจญภัยไปกับซากอียิปต์โบราณ)


My favorite book of the month: ผจญภัยไปกับซากอียิปต์โบราณ

After challenging many English major students, I think I should start first by sharing about my favorite book.

Not just for children, this cartoon ผจญภัยไปกับซากอียิปต์โบราณ is also suitable for those who are keen to know about history of Egypt. Learning the history might be boring, but because of the writer's good sense of humor, readers would feel that they'd finish it in short time.

You will get to know about mummy and how pharoh ruled his people, too.

เรื่องนี้สนุกมาก เราได้มาจากห้องนอนน้องแบม ไม่แน่ใจว่าเรายืมมาจากโสสะแล้วเอามาให้แบมยืมรึเปล่า เพราะแบมจำไม่ได้ว่าซื้อเล่มนี้มา  ไหนๆก็ก่อนจะคืน เราก็เอามาอ่านเองซะเลย เพราะการ์ตูนเชิงความรู้ทางประวัติศาสตร์เล่มนี้วาดและทำเรื่องโดยนักเขียนชาวเกาหลี ซึ่งรูปวาดเหมือนกับ "ครอบครัวตึ๋งหนืด ตืดขั้นเทพ" เลย เราเห็นแค่หน้าปกก็คิดว่าเค้าต้องเล่าได้ตลกมาก 

เมื่อเริ่มอ่านก็เริ่มสนุก ทั้งความรู้เรื่องคำว่าฟาโรห์ ซึ่งมาจากคำว่า "ฟา" - พระเจ้า และ โรห์ - ที่อยู่ 
รวมแล้วก็หมายถึง การเป็นตัวแทนของพระเจ้าเพื่อปกครองบ้านเมือง ดูแลบ้านเมือง

หรือการตัดหินเพื่อทำปิรามิด ก็จะใช้การเจาะและใส่ไม้เข้าไปเพื่อให้หินแตก หลังจากนั้นใช้ไม้สอดเพื่อลากหินก้อนใหญ่ไปทำปิรามิด  

เหตุที่ปิรามิดอยู่ใกล้แม่น้ำไนล์ ก็เพื่อให้สะดวกกับการขนหินทางเรือที่มาเทียบท่า จะได้ไม่ต้องขนหินไปไกล  

อืม ...ทุกอย่างที่ทำล้วนมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังทั้งนั้น 

อ่านการ์ตูนก็ได้ความรู้พอๆกับอ่านหนังสือเรียนเลยนะเนี่ย


วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สคส. 2559 แด่ใครบางคน




วันนี้วันที่ 30 ธค. 58 สนง.งานปิด แต่เราก็มา ฮ่าๆ เหมือนจะขยัน แต่จริงๆแล้ว เอ่อ...คือว่า กะจะจัด 5 ส. หลังจากเป็น ส.สกปรก ส.สับสน เราก็จะได้ฤกษ์ สะสาง สะอาด สะดวก สบาย (อุ๊ต๊ะ ...จำไม่ได้แย้ว แฮ่)

นัดชลิตา นิสิตปี 3 ที่เราส่งเสริมให้สมัครทุน มานั่งหัดทำข้อสอบ TOEFL ITP เพื่อเตรียมตัวสอบทุน Global Undergraduate Program  ปีนี้มิมีนิสิตแจ้งความประสงค์จะสมัคร เราเห็นเธอเขียนเรียงความได้ดี และดูมีความคิดสร้างสรรค์ เลยชวนให้ลองสมัครดู น่ายินดีที่เธอตอบตกลงในทันที เราเลยใช้เวลาในการตรวจเรียงความ และแก้ไขให้เธอ รวมทั้งหาเวลาให้เธอได้ฝึก TOEFL ITP จากหนังสือที่เราสั่งซื้อ
มาจากกทม. (ราคาหนังสือแพง ตั้ง 700 บ. กะว่าจะได้ใช้ให้คุ้ม) 
ระหว่างที่รอเธอหัดทำข้อสอบ เราเลยทำ 5 ส. ไปพลางๆ 

------------------------------------


ใกล้ปีใหม่ สคส.ก็มี แต่ก็ไม่ได้ส่งหาใครๆซักที แต่มีอดีตนิสิตคนนึงที่เรานึกถึงมาระยะนึงแล้ว ว่าจะส่งหนังสือนอกเวลา The Black Cat ของเทอม 1/58 ไปให้เธออ่าน เมื่อเธอลาออกจากการเป็นนิสิตเอกอังกฤษ เพื่อกลับไปเรียนหนังสือแถวบ้านที่กระบี่  เฟิร์นจ่ายค่าหนังสือไว้ทั้งชุด 500 บ. ซึ่งรวมถึงหนังสือเล่มนี้ เราเลยกะว่าอย่ากระนั้นเลย เขียนสคส.หาเธอและแถมหนังสือไปด้วยอีกเรื่อง The Princess Diary เพื่อเฟิร์นจะได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษไปเรื่อยๆ (ในห้องเรียนเธอเป็นหนึ่งในคนที่ขยันตอบ และตั้งใจเรียน) 

อย่างน้อยปีใหม่นี้ เราก็ได้ส่งสคส. ส่งความสุขให้ใครบางคนแล้วนะ หวังว่ามันจะสร้างความสุขให้เธอไม่มากก็น้อย